Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1796/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 เฉพาะตัวโรงเรือนที่สร้างรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตเท่านั้นที่ได้รับความคุ้มครอง รั้วกำแพงที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ก่อสร้างรุกล้ำที่ดินโจทก์ทั้งสองย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติดังกล่าว ทั้ง ป.พ.พ. มาตรา 1314 ก็ไม่ได้บัญญัติให้นำมาตรา 1312 มาบังคับ เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ก่อสร้างรั้วอันเป็นการละเมิดโจทก์ทั้งสองจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสอง จะอ้างว่าได้ขายและส่งมอบที่ดินให้บุคคลภายนอกไปหมดแล้วมาเป็นข้อแก้ตัวหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบเอ็ดรื้อถอนรั้วกำแพงออกจากที่ดินโจทก์ทั้งสองและให้ส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ทั้งสองในสภาพเรียบร้อย หากไม่รื้อถอนให้โจทก์ทั้งสองมีอำนาจรื้อถอนโดยให้จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันรับผิดชอบในค่าใช้จ่าย ห้ามจำเลยทั้งสิบเอ็ดเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท และต่อไปอีกเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสิบเอ็ดจะรื้อถอนรั้วกำแพงออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า รั้วกำแพงดังกล่าวมิได้รุกล้ำที่ดินโจทก์ทั้งสอง หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าแนวรั้วกำแพงรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ทั้งสอง

โจทก์ทั้งสองก็ชอบที่จะเรียกค่าใช้ที่ดินจากจำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ และจดทะเบียนภาระจำยอมโจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ คดีโจทก์ทั้งสองขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ ให้การและฟ้องแย้งว่า ตามข้ออ้างของโจทก์ทั้งสองส่วนที่รุกล้ำแท้ที่จริงเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรือนไม่ใช่รั้วกำแพง หากจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ก่อสร้างโรงเรือนรุกล้ำก็เป็นการรุกล้ำโดยสุจริต จำเลยที่ ๔ มิได้ร่วมก่อสร้างด้วยและรับโอนโดยสุจริต จึงไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง และบังคับโจทก์ทั้งสองให้ร่วมกันจดทะเบียนภาระจำยอมที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๓๗๕๓๙ เฉพาะส่วนที่รุกล้ำให้แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๙๙๐๒ และ ๒๑๙๙๐๓ ของจำเลยที่ ๔ หากโจทก์ทั้งสองไม่ไปจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า สิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ทั้งสองเป็นรั้วกำแพง จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ก่อสร้างรั้วกำแพงดังกล่าวรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยไม่สุจริต การที่จำเลยที่ ๔ ซื้อที่ดินพร้อมด้วยตึกแถวมาจึงเป็นการซื้อโดยไม่สุจริตเช่นกัน จำเลยที่ ๔ ต้องรื้อถอนรั้วกำแพงส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และโจทก์ทั้งสองไม่ต้องไปจดทะเบียนภาระจำยอมให้แก่จำเลยที่ ๔ ขอให้ยกฟ้องแย้ง จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๑๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๓๖ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง เมื่อชำระแล้วให้โจทก์ทั้งสองจดทะเบียนภาระจำยอมที่ดินตามบริเวณพื้นที่สีเหลืองในแผนที่วิวาทแผ่นที่ ๓ ให้ฝ่ายจำเลย หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นให้ยก โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสิบเอ็ดรื้อถอนรั้วกำแพงและสิ่งปลูกสร้างที่ต่อเติมรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสองออกไปจากแนวพื้นที่สีเหลืองในแผนที่วิวาทแผ่นที่ ๓ โดยโจทก์ทั้งสองไม่ต้องจดทะเบียนภาระจำยอมให้จำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ และห้ามจำเลยทั้งสิบเอ็ดเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ทั้งสองอีกต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๒ ก่อสร้างกำแพงรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสองเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง และข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยโดยจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยที่ ๒ ยังไม่ได้รื้อรั้วกำแพงและสิ่งปลูกสร้างออกไปจนถึงวันที่โจทก์ฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาจำเลยที่ ๒ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ฎีกาต่อไปว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ทำการก่อสร้างรั้วกำแพงในบริเวณที่จำเลยเข้าใจว่าเป็นของจำเลย จึงได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๑๒ ประกอบมาตรา ๑๓๑๔ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ก่อสร้างรั้วกำแพงรุกล้ำที่โจทก์ทั้งสอง

กรณีจึงไม่ใช่การสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๑๒ ส่วน ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๑๔ ก็ไม่ได้บัญญัติให้นำมาตรา ๑๓๑๒ มาบังคับ กรณีของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๑๒ ประกอบมาตรา ๑๓๑๔ ฎีกาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า แม้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จะก่อสร้างรั้วละเมิดโจทก์ทั้งสองก็ตาม แต่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ได้ขายและส่งมอบที่ดินให้ผู้ซื้อไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๓๕ จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตามฟ้อง เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ก่อสร้างกำแพงรุกล้ำที่ดินโจทก์ทั้งสอง

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสอง จะอ้างสิทธิของบุคคลภายนอกมาเป็นข้อแก้ตัวหาได้ไม่ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกาข้อสุดท้ายว่า ค่าเสียหายที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดสูงเกินไป ข้อนี้โจทก์ทั้งสองนำสืบว่าโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินจากนายชาติเป็นเงิน ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นตารางวาละ ๓๖,๕๘๕ บาท และข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ก่อสร้างรั้วกำแพงรุกล้ำที่ดินโจทก์ทั้งสอง ๔ ๔/๑๐ ตารางวา ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสอง ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๓๖ จึงเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ · ศุภชัย ภู่งาม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายนพพร โพธิรังสิยากร
ศาลอุทธรณ์ - นายระพิณ บุญสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้