Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2534 (เลขอ้างอิง 17949)

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์กระทำผิดข้อบังคับของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงตามที่ศาลแรงงานกลางยกขึ้นวินิจฉัย ก็เป็นเหตุหนึ่งที่จำเลยจะถือเป็นเหตุให้โจทก์ออกจากงานได้ไม่ใช่จะมีเฉพาะแต่เหตุตามข้อที่โจทก์กล่าวอ้าง ทั้งกรณีของโจทก์ต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 51 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางให้รวมการพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกนายทองคำ คามบุตร ว่าโจทก์ และเรียกองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยว่าจำเลยสำนวนแรกโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงานทำหน้าที่ยามรักษาการณ์ ต่อมาจำเลยได้เลิกจ้างโดยกล่าวหาว่าโจทก์มีส่วนร่วมหรือเป็นตัวการในการลักและเผาเคเบิลของจำเลยซึ่งไม่เป็นความจริง อันเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากไม่สามารถรับกลับได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยจริง แต่โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งของจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย

การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยสำนวนหลังจำเลยฟ้องโจทก์ว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยทำหน้าที่เป็นยามรักษาการณ์ประจำชุมสายโทรศัพท์งามวงศ์วาน โจทก์ขาดความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้มีบุคคลอื่นเข้ามาลักตัดสายและเผาสายเคเบิลโทรศัพท์ของจำเลยทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์และได้บอกกล่าวให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยแล้วแต่โจทก์เพิกเฉย ขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ย โจทก์ให้การว่า โจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่งของจำเลยด้วยความระมัดระวัง มิได้บกพร่อง หรือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติงานตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยวินัยและโทษผิดวินัย พ.ศ. 2518 ข้อ 7 โดยโจทก์รู้เห็นการเผาสายเคเบิลโทรศัพท์อันเป็นทรัพย์สินของจำเลย ซึ่งโจทก์มีหน้าที่จะต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติ เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหาย ถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม โจทก์เป็นยามรักษาการณ์มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของจำเลย เมื่อรู้ว่ามีการเผาสายเคเบิลโทรศัพท์ของจำเลย โจทก์มีหน้าที่ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แต่โจทก์ไม่รายงานเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจ้าง และบกพร่องต่อหน้าที่ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย

โจทก์จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย พิพากษาให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "...สำหรับปัญหาว่าจำเลยจะไล่โจทก์ออกจากงานได้กรณีจะต้องเป็นไปตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยวินัยและโทษผิดวินัย พ.ศ. 2518 แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2519ข้อ 18(5) ที่ว่าโจทก์กระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์มีความผิดตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยวินัยและโทษวินัย พ.ศ. 2518 ข้อ 7 จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า ข้อบังคับตามที่ศาลแรงงานกลางยกขึ้นวินิจฉัยนั้นก็เป็นเหตุหนึ่งที่จำเลยจะถือเป็นเหตุให้โจทก์ออกจากงานได้ ไม่ใช่ว่าจำเลยจะให้โจทก์ออกจากงานได้เฉพาะแต่ข้อที่โจทก์อ้างเท่านั้น ทั้งกรณีของโจทก์ก็ต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3)ซึ่งเป็นความผิดกรณีร้ายแรง จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างได้ ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2551 (เลขอ้างอิง 411412)

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานให้ทำเป็นหนังสือและต้องกล่าวหรือแสดงข้อเท็จจริงที่ฟังได้โดยสรุป และคำวินิจฉัยในประเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2217/2534

เมื่อปรากฏว่า การที่โจทก์กระทำผิดข้อบังคับของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงที่ศาลแรงงานกลางยกขึ้นวินิจฉัยนั้น ก็เป็นเหตุหนึ่งที่จำเลยจะถือเป็นเหตุให้โจทก์ออกจากงานได้ ไม่ใช่จะมีเฉพาะแต่เหตุตามข้อที่โจทก์กล่าวอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2561

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกินไปกว่าพยานหลักฐาน เนื่องจากตามหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ เอกสารหมาย ล.46 ประกอบกับที่ อ. พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์โดยศาลอนุญาตว่าบริษัท ว. เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13421/2558

แม้ศาลแรงงานภาค 2 จะไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่ แต่เมื่อคำฟ้องโจทก์อ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมีเหตุเลิกจ้างรวมถึงเหตุที่โจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้