Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2466

พ.ศ. 2466 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อำนาจอัยการฟ้องคดีแทนผู้ต้องห้าม วิธีพิจารณา ข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ในคดี แต่ได้วินิจฉัยถึงศาลล่าง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทย์ฟ้องเรียกทรัพย์ที่ฝากคืนจากจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชพิพากษาให้จำเลยคืนทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษปฤกษาว่า พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องแทนโจทย์ในคดีนี้ได้ เพราะเหตุว่าคดีเช่นนี้ไม่เข้าอยู่ในมาตรา ๓๕ (๖)แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม จึงให้ยกฟ้องโจทย์โดยไม่พิจารณาถึงข้อเท็จจริงในสำนวน โจทย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มาตรา ๓๕ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรมระบุน่าที่ของพนักงานอัยการไว้โดยชัดเจนในอนุมาตรา ๖ ให้อำนาจพนักงานอัยการว่าต่างแลฟ้องความแทนราษฎรผู้ซึ่งจะฟ้องความด้วยตนเองไม่ได้ โดยมีกฎหมายบัญญัติห้าม ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษชี้ขาดว่ากฎหมายลักษณรับฟ้องบทที่ ๒๕ ไม่ได้ห้ามโจทย์ผู้เจ้าทุกข์มิให้ฟ้องคดีนี้ เพราะลำดับเครือญาติระหว่างโจทย์แลจำเลยนั้นไม่ต้องด้วยข้อกำกัดห้าม กล่าวคือมาตรานั้นห้ามไม่ให้ฟ้องบิดามารดา ปู่ย่า ตายาย คดีนี้รับกันว่าจำเลยเปนตาทวดของ น.(โจทย์) แต่อัยการกล่าวแก้ว่า ตามคำแปลทางตักกะวิทยาแลตามความมุ่งหมายของกฎหมายต้องกินความไปถึงปู่ทวด ตาทวด ย่าทวด ยายทวดนั้นด้วย

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษวินิจฉัยถูกต้องแล้ว ศาลยุติธรรมย่อมไม่ขยายประเภทแห่งคดีที่ต้องห้ามไม่ให้ฟ้องร้องนั้น เพราะฉนั้นจึงต้องแปลความในลักษณรับฟ้องบทที่ ๒๕ โดยเคร่งครัด ด้วยเหตุนี้ถ้าแม้ว่า น. มีอายุบริบูรณ์เปนผู้ใหญ่แล้วก็ฟ้องจำเลยได้ทีเดียว แต่ในขณะนี้ยังเปนเด็กอยู่นั้นต้องห้าม จะฟ้องไม่ได้ เว้นแต่จะฟ้องโดยมีผู้ปกครอง ส่วนพนักงานอัยการนอกจากศาลจะมีคำสั่งเปนพิเศษแล้ว ไม่มีอำนาจฟ้องคดีชนิดนี้ได้เลย ถึงแม้ว่าจำเลยจะไม่ได้ยกความข้อนี้ ขึ้นต่อสู้ในคำให้การหรือในชั้นอุทธรณ์ก็ดี แต่เปนข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษได้ยกขึ้นปฤกษาในคำตัดสินแล้ว อาจยกขึ้นวินิจฉัยในชั้นนี้ได้ จึงให้ยกฎีกาของโจทย์เสีย แต่ไม่เปนการขัดข้องแก่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เปนผู้ปกครอง น. ที่จะยกคดีในมูลกรณีอันเดียวกันนี้ขึ้นฟ้องร้องต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บัส · จินดา · หริศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้