Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17838/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมโจทก์ซึ่งเป็นข้าราชการครูฟ้องร้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นข้าราชการครูและผู้ใต้บังคับบัญชาโจทก์ ในความผิดทางอาญาฐานเบิกความเท็จ นำสืบแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และความผิดทางแพ่งในมูลละเมิดเรียกค่าเสียหาย ในคดีแพ่งคู่ความสามารถตกลงกันได้โดยจะไปดำเนินการถอนเรื่องที่ยื่นฟ้องกันไว้ที่ศาลปกครองทั้งหมด รวมถึงคดีแพ่งและคดีอาญาที่ศาลชั้นต้นนี้ โดยจะไม่นำมาฟ้องร้องอีกเว้นแต่จะเกิดการกระทำขึ้นใหม่ ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 1 ถอนฟ้องและถอนอุทธรณ์ในคดีอาญา แต่จำเลยทั้งสองไม่ถอนฟ้องคดีที่ฟ้องโจทก์ต่อศาลปกครองขอนแก่น เนื่องจากโจทก์มิได้เพิกถอนคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนจำเลยทั้งสองและคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ การที่ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาในส่วนของข้อตกลงที่ให้ไปถอนเรื่องที่อยู่ในระหว่างดำเนินการทั้งหมดรวมทั้งเรื่องที่ยื่นฟ้องคดีที่ศาลปกครองขอนแก่น ระบุเพียงว่า โจทก์จำเลย (หมายถึงจำเลยที่ 1 ในคดีนี้) เท่านั้น โดยมิได้ระบุให้จำเลยที่ 2 ในคดีนี้ (ซึ่งอยู่ในห้องพิจารณาด้วย) ไปยื่นคำร้องขอถอนเรื่องด้วย ข้อตกลงตามรายงานดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 2 และย่อมไม่ถือว่าจำเลยที่ 2 ผิดสัญญาต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2 แต่สำหรับจำเลยที่ 1 เมื่อไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงย่อมตกเป็นฝ่ายผิดสัญญาต่อโจทก์ ส่วนความรับผิดในค่าเสียหาย เมื่อจำเลยที่ 1 ถอนอุทธรณ์คดีที่ฟ้องโจทก์แล้วย่อมไม่ทำให้โจทก์เสียหายมากนัก เห็นควรไม่กำหนดค่าเสียหายในกรณีที่โจทก์ได้ถอนฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาแล้ว ส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีที่ศาลปกครองนั้น เมื่อจำเลยที่ 2 ยังมีสิทธิฟ้องโจทก์ต่อศาลปกครองขอนแก่น โจทก์จึงยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีที่ศาลดังกล่าวเช่นเดิม การที่โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีต่อไปฟังไม่ได้ว่าเป็นความเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาของจำเลยที่ 1 ส่วนค่าเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงเกียรติยศของโจทก์ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องโดยชัดแจ้งว่าประสงค์จะเรียกค่าเสียหายส่วนนี้จึงไม่อาจกำหนดได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 500,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า จำเลยทั้งสองต้องร่วม กันรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาประการแรกว่า ข้อตกลงในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 66/2552 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 และจำเลยทั้งสองเป็นฝ่ายผิดสัญญาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจากการที่โจทก์ถอนฟ้องคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 66/2552 ที่โจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 500,000 บาท และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศาล ว่าจ้างทนายความ และเสียชื่อเสียงที่ถูกฟ้องต่อศาลโดยปราศจากมูลความจริง ซึ่งค่าเสียหายในส่วนที่เกี่ยวกับชื่อเสียงเกียรติยศของโจทก์ แม้โจทก์ไม่นำสืบ ศาลสามารถที่จะกำหนดค่าเสียหายได้ตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำของจำเลยทั้งสองซึ่งไม่เกิน 500,000 บาท

นั้น เห็นว่า แม้ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 66/2552 ระบุว่า ทั้งสองฝ่าย คือ หมายถึงโจทก์และจำเลยทั้งสองจะยุติเรื่องการฟ้องร้องคดีอาญาและคดีแพ่งรวมทั้งคดีที่จำเลย (จำเลยที่ 1 คดีนี้) ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองขอนแก่น แต่ในส่วนของข้อตกลงที่ให้ไปถอนเรื่องที่อยู่ในระหว่างดำเนินการทั้งหมดรวมทั้งเรื่องที่ยื่นฟ้องคดีที่ศาลปกครองขอนแก่น ระบุเพียงว่าโจทก์จำเลย (จำเลยที่ 1 ในคดีนี้) ตกลงจะไปยื่นคำร้องขอถอนเรื่องเท่านั้น มิได้ระบุให้จำเลยที่ 2 ในคดีนี้ไปยื่นคำร้องขอถอนเรื่องด้วย ข้อตกลงตามรายงานดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 2 การที่จำเลยที่ 2 มิได้ไปยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีที่ศาลปกครองขอนแก่นจึงมิได้เป็นการผิดสัญญาต่อโจทก์

โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 เมื่อตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น มิได้ระบุให้โจทก์ดำเนินการเพิกถอนคำสั่งลงโทษจำเลยทั้งสองด้วยจำเลยที่ 1 จะอ้างเป็นเหตุไม่ไปยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีที่ฟ้องโจทก์ต่อศาลปกครองขอนแก่นหาได้ไม่ จำเลยที่ 1 จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาต่อโจทก์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ เพียงใดนั้น ที่โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า โจทก์ได้รับความเสียหายที่โจทก์ได้ถอนฟ้องสองคดีดังกล่าวไป ก็ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ถอนอุทธรณ์คดีที่จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ให้แล้ว ไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายมากนัก ยังไม่สมควรกำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้ ส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีที่ศาลปกครอง เมื่อจำเลยที่ 2 ยังมีสิทธิฟ้องโจทก์ต่อศาลปกครองขอนแก่น โจทก์จึงยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีที่ศาลปกครองขอนแก่นหรือศาลปกครองอุดรธานีเช่นเดิม การที่โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีต่อไปในศาลปกครองฟังไม่ได้ว่าเป็นความเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาของจำเลยที่ 1 สำหรับฎีกาของโจทก์ที่ขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดค่าเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงเกียรติยศของโจทก์

โจทก์มิได้บรรยายฟ้องโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ประสงค์จะเรียกค่าเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงเกียรติยศของโจทก์จากจำเลยทั้งสองด้วย ศาลย่อมไม่อาจกำหนดค่าเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงเกียรติยศให้โจทก์ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาให้สิ่งใดๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ดุลพินิจธรรมา · อิสสระ นิ่มละมัย · ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดหนองคาย - นายวรวุฒิ เลาลัคนา
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายพงศ์วริศ มีนพัฒนสันติ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3636/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ353/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ3/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้