Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1783/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติมาตรา 167 วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ .2522 มีความหมายว่ารถยนต์ที่ได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้ และครบกำหนดเวลาที่ได้เสียภาษีไว้แล้ว ก็ต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อรถตามฟ้องเสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้ในปี 2522 และครบกำหนดเมื่อสิ้นปีนั้น รถคันดังกล่าวจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีรถยนต์ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 เป็นต้นไป เมื่อรถคันนั้นไม่เสียภาษี กรมการขนส่งทางบกซึ่งมีหน้าที่ในการนี้ย่อมมีอำนาจเรียกเก็บภาษีย้อนหลังไปจนถึงวันที่จะต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งไม่เกี่ยวกับภาษีที่ค้างชำระตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473 ที่จะต้องชำระก่อนถึงวันที่ต้องชำระภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ได้ รถตามฟ้องเจ้าของเดิมเคยนำมาขออนุญาตประกอบการขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 ขณะนั้นกรมการขนส่งทางบกมีอำนาจเพียงพิจารณาออกใบอนุญาตให้ประกอบการขนส่ง ไม่มีอำนาจในการรับจดทะเบียนรถยนต์บรรทุก การที่โจทก์ขอให้กรมการขนส่งทางบกโอนทะเบียนจากเจ้าของเดิมมาเป็นของโจทก์ และขอเปลี่ยนประเภทจากรถยนต์บรรทุกสาธารณะมาเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการจดทะเบียนใหม่ โจทก์จะเสียภาษีนับแต่งวดที่จดทะเบียนใหม่ตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นไปดังที่มาตรา 86 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 บัญญัติไว้หาได้ไม่ เมื่อไม่มีการจดทะเบียนรถใหม่ โจทก์จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมโอนทะเบียนจากเจ้าของเดิมมาเป็นของโจทก์ และค่าเปลี่ยนประเภทจากรถยนต์บรรทุกสาธารณะมาเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 71 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 82 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 86 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 89 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 167 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 32

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงินค่าภาษีรถยนต์จำนวน ๑๖,๓๒๙ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้หลายประการและว่ารถพิพาทค้างชำระภาษีรถยนต์ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๓ ตลอดมา จำเลยทั้งสามจึงมีอำนาจหน้าที่ในการเรียกเก็บภาษีที่ค้างชำระให้ครบถ้วนจากโจทก์ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสาม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีนี้คู่ความอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรจึงต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลภาษีอากรกลางฟังข้อเท็จจริงว่า รถตามฟ้องเดิมเป็นของบริษัทยิบอินซอย จำกัด ที่มีผู้เช่าซื้อมาร่วมประการขนส่งกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ.อนันต์ขนส่ง ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประเภทรถบรรทุกสาธารณะจากกรมการขนส่งทางบกตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ ห้างหุ้นส่วนนั้นจึงดำเนินการให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสภาพ แล้วเจ้าของได้นำไปจดทะเบียนและชำระภาษีต่อนายทะเบียนยานพาหนะกรมตำรวจ และในที่สุดกรมการขนส่งทางบกได้ออกใบอนุญาตให้ใช้รถคันนั้นประกอบการขนส่งประเภทรถบรรทุกสาธารณะตามที่ขอได้รถตามฟ้องชำระภาษีไว้เพียงปีเดียวคือปี ๒๕๒๐ แล้วขาดการชำระภาษีตลอดมาโดยมิได้แจ้งหยุดการใช้รถ ปี ๒๕๓๐ โจทก์ซื้อรถคันนั้นจากบริษัทยิบอินซอย

จำกัด ผู้เป็นเจ้าของ แล้วขอให้จำเลยที่ ๓ โอนทะเบียนจากเจ้าของเดิมมาเป็นของโจทก์ และขอเปลี่ยนประเภทจากรถยนต์บรรทุกสาธารณะมาเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลกับได้เสียภาษีสำหรับปี ๒๕๒๑ ถึง ๒๕๒๒ ต่อนายทะเบียนยานพาหนะกรมตำรวจ และได้เสียภาษีย้อนหลัง ซึ่งโจทก์เห็นว่าไม่ควารต้องเสียแต่ฝ่ายจำเลยมีคำสั่งให้แก่จำเลยที่ ๓ จนถึงปี ๒๕๒๓ คดีมีปัญหาว่าจำเลยที่ ๓ มีอำนาจเรียกเก็บภาษีย้อนหลังหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๖๗ วรรคแรกบัญญัติว่า รถที่ได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้แล้วก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังไม่ถึงกำหนดเสียภาษีครั้งถัดไป ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะครบกำหนดเวลาที่ได้เสียภาษีไว้

บทบัญญัติดังกล่าวมีความหมายว่ารถยนต์ที่ได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้ และครบกำหนดเวลาที่ได้เสียภาษีไว้แล้วก็ต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อรถตามฟ้องเสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้ในปี ๒๕๒๒ และครบกำหนดเมื่อสิ้นปีนั้น ตามบทบัญญัติของกฎหมายที่กล่าวแล้ว รถคันนั้นจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีรถยนต์ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นต้นไป เมื่อรถคันนั้นไม่เสียภาษี จำเลยที่ ๓ ซึ่งมีหน้าที่ในการนี้ย่อมมีอำนาจเรียกเก็บภาษีย้อนหลังไปจนถึงวันที่จะต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับภาษีที่ค้างชำระตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๔๗๓ ที่จะต้องชำระก่อนถึงวันที่ต้องชำระภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ได้

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่ารถตามฟ้องเจ้าของเดิมเคยนำมาขออนุญาตประกอบการขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ ขณะนั้น จำเลยที่ ๓ มีอำนาจเพียงพิจารณาออกใบอนุญาตให้ประกอบการขนส่ง ไม่มีอำนาจในการรับจดทะเบียนรถยนต์บรรทุก จึงถือได้ว่าการที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ ๓ โอนทะเบียนจากเจ้าของเดิมมาเป็นของโจทก์ และขอเปลี่ยนประเภทจากรถยนต์บรรทุกสาธารณะมาเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลเป็นการจดทะเบียนใหม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่า ไม่มีกฎหมายบัญญัติว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการจดทะเบียนใหม่ โจทก์จะต้องเสียภาษีนับแต่งวดที่จดทะเบียนใหม่ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ เป็นต้นไป ดังที่มาตรา ๘๖ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติไว้ดังที่โจทก์อุทธรณ์หาได้ไม่ เมื่อไม่เป็นการจดทะเบียนใหม่ดังที่กล่าวแล้ว โจทก์จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมโอนทะเบียนจากเจ้าของเดิมมาเป็นของโจทก์และค่าเปลี่ยนประเภทจากรถยนต์บรรทุกสาธารณะมาเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรมศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้