Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะเข้าจับกุมไม้แปรรูปและมิได้แปรรูปของกลาง เจ้าพนักงานสืบสวนแล้วทราบว่าบริเวณโรงสีของจำเลยที่ 2 ที่เกิดเหตุเป็นแหล่งลักลอบขนไม้เถื่อน จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของดำเนินกิจการเกี่ยวกับโรงสีทุกอย่างในเมื่อจำเลยที่ 2 ไม่อยู่หากจำเลยที่ 1 มิได้มีส่วนร่วมในการมีไม้ของกลางไว้ใน ครอบครอง ก็ไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยที่ 1 จะปล่อยให้รถบรรทุกไม้ จำนวนถึง 13 คัน คลุมด้วยผ้าใบเข้าไปจอดในบริเวณโรงสี ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด บางคันซุกซ่อนอยู่ในโกดังโดยจำเลยที่ 1 ไม่ตรวจสอบ และเมื่อถูกจับกุมจำเลยที่ 1 ก็ให้การว่า เคยพบเห็นรถบรรทุกในลักษณะนี้เข้ามาจอดในโรงสีหลายครั้งแล้ว จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของโรงสีถ้ามิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ในการกระทำผิดด้วยแล้วก็ไม่มีเหตุอันใดที่จะยินยอมให้ รถบรรทุกไม้ของกลางเข้ามาจอดในโรงสีของตนได้เช่นนั้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการมีไม้แปรรูปและมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสิบสามตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 69, 73, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวาประกาศกระทรวงเกษตรเรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 ที่แก้ไขแล้ว และสั่งริบของกลางทั้งหมดจำเลยทั้งสิบสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, ที่ 2 ที่ 4, ที่ 8 ที่ 10และที่ 13 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 48, 69 วรรคสอง(1), 73 วรรคสอง (1)ประกาศกระทรวงเกษตรเรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 จำเลยที่ 3 ที่ 5 ที่ 6, ที่ 7ที่ 9 และที่ 11 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 48, 73 วรรคสอง (1)

ประกาศกระทรวงเกษตรเรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 จำเลยที่ 12 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 6 วรรคสอง (1) ข้อหามีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 วรรคสอง (1)ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 คนละ 2 ปี ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4, ที่ 5, ที่ 6, ที่ 7, ที่ 8, ที่ 9, ที่ 10, ที่ 11และที่ 13 คนละ 1 ปี ข้อหามีไม้สักซึ่งยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 6 วรรคสอง (1)ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1, ที่ 2, ที่ 4, ที่ 8, ที่ 10, ที่ 12และที่ 13 คนละ 1 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 3 ปีจำคุกจำเลยที่ 3, ที่ 4, ที่ 8 ที่ 10 และที่ 13 คนละ 2 ปีจำคุกจำเลยที่ 5, ที่ 6, ที่ 7, ที่ 9, ที่ 11 และที่ 12คนละ 1 ปี

ริบของกลาง ข้อหาอื่นตามฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3,ที่ 5, ที่ 6, ที่ 7, ที่ 9, ที่ 11 และที่ 12 ให้ยกโจทก์และจำเลยทั้งสิบสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 วรรคสอง (1)ลงโทษจำคุกมีกำหนด 12 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง (1) ลงโทษจำคุกมีกำหนด 6 ปีรวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 18 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 13 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2ได้ในขณะที่จำเลยที่ 2 ไม่อยู่พร้อมด้วยไม้สักแปรรูป

จำนวน32,032 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 227.08 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม้สักซึ่งยังมิได้แปรรูปจำนวน 163 ท่อนปริมาตร 105.98 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายประทับซึ่งบรรทุกอยู่ในรถยนต์บรรทุกสิบล้อจำนวน 13 คัน มีผ้าใบคลุมอยู่ที่ในบริเวณรั้วโรงสีกิจรุ่งเรือง 1ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 2 เจ้าพนักงานยึดไม้ รถบรรทุกและผ้าใบดังกล่าวเป็นของกลาง รถบรรทุกของกลางบางคันและบางจำนวนเป็นของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 13 บางคันและบางจำนวนเป็นของบุคคลอื่นซึ่งจำเลยดังกล่าวนี้เป็นผู้เช่าซื้อมา คดีมีประเด็นในชั้นฎีกาว่า จำเลยทั้งสิบสามได้ร่วมกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างและดำเนินกิจการเกี่ยวกับโรงสีทุกอย่างในเมื่อจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีไม่อยู่

หากจำเลยที่ 1 มิได้มีส่วนร่วมในการมีไม้ของกลางไว้ในครอบครองแล้วก็ไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยที่ 1จะปล่อยให้รถบรรทุกจำนวนถึง 13 คัน เข้าไปจอดในบริเวณโรงสีซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด รถบางคันถูกซุกซ่อนอยู่ในโกดังก่อนถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จำเลยที่ 1 ก็รู้เห็นว่ามีรถบรรทุกเข้าไปจอดในลักษณะซุกซ่อนมีผ้าใบคลุมมิดชิดน่าจะได้ตรวจสอบแต่จำเลยที่ 1 ก็หาได้กระทำไม่ อันเป็นการผิดปกติวิสัยของผู้ดูแล เมื่อถูกจับกุมก็ให้การว่าเคยพบเห็นรถบรรทุกในลักษณะนี้เข้ามาจอดในโรงสีหลายครั้งแล้ว ซึ่งเป็นการเจือสมข้อนำสืบของโจทก์ว่าจากการสืบสวนได้ความจากสายลับว่าที่โรงสีเกิดเหตุเป็นแหล่งลักลอบขนไม้เถื่อน แห่งหนึ่งในจำนวน 3-4 แห่ง จำเลยที่ 2เป็นเจ้าของโรงสีถ้ามิได้มีส่วนร่วมรู้เห็นในการกระทำผิดด้วยแล้วก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่ยินยอมให้นำรถบรรทุกไม้ของกลางเข้ามาจอดในโรงสีของตนได้ จึงเชื่อได้ว่า

ก่อนเกิดเหตุบริเวณโรงสีของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างมีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการโรงสีเป็นแหล่งลักลอบขนไม้เถื่อน มาก่อนและในวันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับไม้ซึ่งบรรทุกอยู่บนรถบรรทุกถึง 13 คันถูกคลุมด้วยผ้าใบอย่างมิดชิด รถบางคันถูกซุกซ่อนอยู่ในโกดังดังนั้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นตัวการร่วมกันมีไม้สักแปรรูปและมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามฟ้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1, ที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 วรรคสอง (1)และมาตรา 69 วรรคสอง (1) ประกาศกระทรวงเกษตร เรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484ลงโทษฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจำคุกคนละ 5 ปี ฐานมีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายประทับ จำคุกคนละ 2 ปีรวมจำคุกคนละ 7 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้