Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1773/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พฤติการณ์ที่โจทก์จำเลยปฏิบัติต่อกันโดยจัดให้มีบัญชีหนี้ให้มีการหักทอนบัญชีเป็นคราว ๆ คงชำระหนี้ที่เหลือในการหักทอนบัญชีเช่นนี้ ถือได้ว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดต่อกันแล้ว สัญญาบัญชีเดินสะพัดเป็นสัญญาไม่มีแบบ ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๕ จำเลยเปิดบัญชีเดินสะพัดกระแสรายวันกับโจทก์ และขอเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์และยอมเสียดอกเบี้ยที่เบิกเกินบัญชีร้อยละ ๑ บาทต่อเดือน โดยคิดดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายเดือนเพื่อประกันการชำระหนี้ จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนและผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทตำรวจผ่านศึกและนอกประจำการซึ่งมีสิทธิจะได้รับเงินจากกรมทางเป็นค่าจ้างทำงานดินและถางป่าได้ตกลงให้โจทก์เป็นผู้รับเงินเอาเข้าบัญชีเดินสะพัดในวันเปิดบัญชี จำเลยนำเช็คฝากเข้าบัญชีจำนวนเงิน ๘๗,๓๐๐ บาท หลังจากนั้นจนถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๔๙๖ จำเลยได้จ่ายเช็คเบิกเงินไปจากโจทก์รวมเป็นเงิน ๒,๐๓๘,๕๐๘.๐๕ บาท เมื่อหักทอนบัญชีเดินสะพัดรวมกับดอกเบี้ยทบต้นแล้วปรากฏว่า

จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่ ๑,๙๐๒,๖๘๘.๑๙ บาท โจทก์ทวงถามหลายครั้งจำเลยไม่ชำระให้เมื่อคิดดอกเบี้ยทบต้นจนถึงวันฟ้อง จำเลยเป็นหนี้โจทก์ ๕,๒๔๒,๘๖๔.๕๒บาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงิน ๕,๒๔๒,๘๖๔.๕๒ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑ บาทต่อเดือน โดยคิดทบต้นเป็นรายเดือนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การต่อสู้และฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้ตกลงขอเบิกเงินเกินบัญชีในรูปบัญชีเดินสะพัดกับโจทก์ และยอมเสียดอกเบี้ยแก่ธนาคารโจทก์ร้อยละ ๑ บาทต่อเดือนและให้คิดดอกเบี้ยทบต้นเลย จำเลยมอบฉันทะให้โจทก์เป็นผู้รับเงินค่าจ้างสร้างทางเป็นเงินประมาณ ๖,๒๙๑,๒๒๔.๘๐ บาทแทนจำเลย แล้วต่อมาวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๕ จำเลยจึงเปิดบัญชีเป็นลูกค้าโจทก์ และนำเงินเข้าบัญชีครั้งแรกเป็นเงิน ๘๗,๓๐๐ บาท เป็นบัญชีฝากเงินกระแสรายวัน หาใช่บัญชีเดินสะพัดไม่ หลังจากนั้นเมื่อจำเลยทราบว่าโจทก์รับเงินค่าจ้างสร้างทางแทนจำเลยแล้ว จำเลยก็ออกเช็คสั่งโจทก์จ่ายเงินเป็นการสั่งจ่ายเงินของจำเลยเอง โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ย เมื่อหักเงินที่จำเลยนำเข้าบัญชีกับยอกเงินที่จำเลยสั่งจ่ายแล้ว โจทก์จะต้องคืนเงินให้จำเลยอีก ๙๒๑,๒๙๓.๕๐ บาท ขอให้ศาลบังคับให้โจทก์คืนเงิน ๙๒๑,๒๙๓.๕๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะมอบเงินให้จำเลยเสร็จ

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยในฐานะส่วนตัวไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าจ้างสร้างทางเป็นเงิน ๖,๒๙๑,๒๒๔.๘๐ บาท จากกรมทางหลวงแผ่นดินและไม่เคยมอบฉันทะให้เป็นผู้รับเงินนี้ โจทก์ไม่เคยเป็นตัวแทนของจำเลยบริษัทตำรวจผ่านศึกและนอกประจำการจำกัด เป็นผู้มอบอำนาจให้โจทก์รับเงินที่บริษัทดังกล่าวจะได้รับจากกรมทางหลวงแผ่นดินตามสัญญาจ้างเหมาและยอมให้โจทก์หักเงินที่รับมาใช้ค่าธรรมเนียมในการค้ำประกันและชดใช้หนี้อื่น ๆ ซึ่งบริษัทตำรวจผ่านศึกและนอกประจำการจำกัดและจำเลยมีส่วนเกี่ยวพันต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์รับเงินจากกรมทางหลวงแผ่นดินแทนบริษัทตำรวจผ่านศึกและนอกประจำการ จำนวน ๒,๓๑๖,๖๑๒.๔๑ บาท มิใช่ ๒,๖๔๘,๔๗๓.๓๙ บาท ตามคำให้การของจำเลย เงินที่จำเลยอ้างว่าของจำเลยมีเหลืออยู่ที่โจทก์ไม่เป็นความจริง แท้จริงจำเลยยังเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่ตามฟ้อง โจทก์รับเงินแทนบริษัทตำรวจผ่านศึกฯ จำเลยไม่มีอำนาจฟ้องแย้งเรียกเงินคืนจากโจทก์ ทั้งฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม และฟังว่าโจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาเปิดบัญชีเดินสะพัดต่อกันโจทก์รับเงินจากกรมทางหลวงแผ่นดินในนามบริษัทตำรวจผ่านศึกไม่ใช่ในฐานะตัวแทนจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิที่จะให้โจทก์เอาเงินที่รับมาหักกับยอดเงินเกินบัญชีของจำเลยได้ จำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ตามบัญชีพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๕,๒๔๒,๘๖๔.๕๒ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ๑ บาทต่อเดือน โดยคิดทบต้นเป็นรายเดือนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายทองย้อยจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าว่าคดีชั้นอุทธรณ์ฎีกาแทนจำเลย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน ๔,๔๗๖,๙๔๕ บาท ๗๕ สตางค์แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑ บาทต่อเดือนตั้งแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๐๓ จนกว่าจะชำระเสร็จ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทำสัญญากับกรมทางหลวงฯ แทนบริษัทตำรวจผ่านศึกฯ พฤติการณ์ที่โจทก์และจำเลยตกลงปฏิบัติต่อกันโดยจัดให้มีบัญชีหนี้ ให้มีการหักทอนบัญชีเป็นคราว ๆ คงชำระหนี้ที่เหลือในการหักทอนบัญชีเช่นนี้ ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดต่อกันแล้ว ซึ่งบัญชีเดินสะพัดนี้เป็นสัญญาไม่มีแบบ เพียงแต่คู่กรณีแสดงเจตนามีคำเสนอและคำสนองตรงกัน ก็เกิดเป็นสัญญามีผลผูกมัดกันได้โดยไม่จำต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือดังจำเลยต่อสู้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ บุปผเวส · สนับ คัมภีรยส
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสงวน สิทธิไชย
ศาลอุทธรณ์ - นายประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้