Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1770/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นกรรมการอำนวยการบริษัท ท.และบริษัททปค.โจทก์ให้ ส.ลงชื่อเป็นผู้ซื้อฝากทรัพย์รายพิพาทจากจำเลย แต่ความจริงปรากฏว่าบริษัท ทปค.เป็นผู้ซื้อฝากที่แท้จริง จำเลยมิได้ไถ่ทรัพย์คืนจนพ้นกำหนด ส.ถึงแก่กรรม ทายาทของส. โอนทรัพย์รายพิพาทให้แก่โจทก์ เมื่อตัวการที่ไม่เปิดเผยชื่อ คือ บริษัท ทปค. ยังมิได้แสดงตนเข้ารับเอาสัญญาที่โจทก์ได้ทรัพย์รายพิพาท โจทก์ก็คงมีสิทธิตามสัญญานั้นอยู่ มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและให้จำเลยส่งทรัพย์รายพิพาทให้ เมื่อโจทก์ฟ้องแล้วบริษัททปค. ร้องสอดขอเข้ามาในคดีเข้าแทนที่โจทก์รับเอาสัญญาจากโจทก์ โจทก์ก็ยินยอม ดังนี้ บริษัท ทปค.ก็ได้อำนาจจากโจทก์โดยตัวแทนยอมคืนทรัพย์สินให้ตัวการ จำเลยจะคัดค้านว่าโจทก์กับบริษัท ทปค.ไม่มีอำนาจฟ้องย่อมฟังไม่ได้และเมื่อพ้นกำหนดการไถ่แล้ว ทรัพย์รายพิพาทไม่ใช่เป็นของจำเลยแล้วจำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะอยู่และใช้ทรัพย์นี้ได้ต่อไป ดังนั้น โจทก์จะเป็นผู้รับซื้อฝากเองหรือผู้ใดจะอ้างว่าเป็นตัวการเข้ารับเอาสัญญาที่โจทก์รับซื้อฝากแทน ผลก็เท่ากัน ไม่ทำให้เสื่อมสิทธิของจำเลยในการขายฝากนี้แต่อย่างใด เพราะเมื่อจำเลยไม่มีสิทธิในทรัพย์รายพิพาทแล้วทรัพย์นั้นจะเป็นของบริษัท ทปค.ผู้ร้องสอดดังที่ผู้ร้องสอดกล่าวอ้าง หรือว่าเป็นของบริษัท ท.โดยส.รับซื้อแทนดังที่จำเลยอ้าง ก็เป็นเรื่องของโจทก์ที่จะยอมรับตามความเป็นจริง จำเลยไม่อาจอ้างเรื่องสิทธิฟ้องร้องขึ้นต่อสู้ว่าทรัพย์นั้นเป็นของบริษัทท.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขายฝากที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างอันมีโรงเลื่อยจักรแก่นายสวัสดิ์ ต่อมานายสวัสดิ์ตาย และจำเลยมิได้ไถ่จากทายาทของนายสวัสดิ์จนพ้นกำหนดไถ่แล้ว ทรัพย์สินที่ขายฝากจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของภรรยาและบุตรของนายสวัสดิ์แล้วภรรยาและบุตรของนายสวัสดิ์ได้โอนขายให้แก่โจทก์ โจทก์เรียกให้จำเลยมาทำสัญญาเช่า จำเลยก็ไม่มาทำ โจทก์แจ้งให้ออกไปและงดใช้เครื่องจักร จำเลยก็เพิกเฉย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาขับไล่ และให้มอบเครื่องจักรแก่โจทก์ กับใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่า จำเลยเป็นหนี้บริษัทไทยประสิทธิ จำกัด อยู่หนึ่งล้านสามแสนกว่าบาท โจทก์ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทกับจำเลยได้ทำสัญญาตกลงกันว่าหนี้จำนวนนี้จำเลยได้เอาเงินซึ่งจำเลยจำนองที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวนั้นไว้แก่บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย

จำกัด ใช้คืนเสียห้าแสนกว่าบาทคงเป็นหนี้อยู่อีกแปดแสนกว่าบาท ในการทำสัญญาจำนองโจทก์มอบอำนาจให้นายสวัสดิ์ลงชื่อในสัญญาจำนองแทนบริษัทไทยประสิทธิ จำกัดต่อมาบริษัทไทยประสิทธิ จำกัด ฟ้องจำเลย แล้วได้ตกลงระงับหนี้กันโดยตกลงว่าจำเลยต้องขายฝากที่ดินพร้อมทั้งโรงเลื่อยนั้นเป็นประกัน โดยโจทก์ในฐานะกรรมการผู้จัดการกับนายสนิทกรรมการของบริษัทไทยประสิทธิ จำกัด ให้นายสวัสดิ์รับซื้อฝากแทนบริษัทไทยประสิทธิ จำกัด จำเลยจึงทำสัญญาขายฝากตามสำเนาท้ายฟ้องโดยเป็นที่รู้และเข้าใจกันว่านายสวัสดิ์เป็นผู้แทนของบริษัทไทยประสิทธิ จำกัด จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญาขายฝากเลยนายสวัสดิ์กับจำเลยจึงไม่มีข้อผูกพันกันแต่อย่างใด ทายาทของนายสวัสดิ์หรือโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะถือเอาประโยชน์จากสัญญาขายฝากการโอนกรรมสิทธิ์ตามฟ้องจึงเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต

โจทก์จะอ้างกรรมสิทธิ์มาฟ้องคดีนี้หาได้ไม่ และหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินดังกล่าวก็เป็นโมฆะ เพราะบริษัทไทยประสิทธิ จำกัด จะซื้อฝากที่ดินไม่ได้ เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายและผิดวัตถุประสงค์ ฯลฯบริษัทไทยประสิทธิประกันภัยและคลังสินค้าจำกัดร้องสอดเข้ามาขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์เดิม โดยอ้างว่าผู้ร้องสอดกับบริษัทไทยประสิทธิ จำกัด เป็นคนละบริษัท แต่มีกรรมการอำนายการคนเดียวกัน คือ โจทก์ในคดีนี้ ผู้ร้องสอดมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี โดยที่โจทก์ก็ดี นายสวัสดิ์ก็ดี เป็นตัวแทนของผู้ร้องสอดทำการรับซื้อฝากที่พิพาทนี้โดยไม่เปิดเผยตัวการ ผู้ร้องสอดประสงค์จะเปิดเผยชื่อรับเอาผลแห่งการกระทำของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 806 บริษัทไทยประสิทธิ

จำกัดหาได้เกี่ยวข้องรับซื้อฝากที่พิพาทนี้ไม่ โดยเหตุว่าเดิมจำเลยเป็นหนี้บริษัทไทยประสิทธิ จำกัด แล้วต่อมาจำเลยรับสภาพหนี้และหักหนี้กับบริษัทนั้น แต่ไม่มีเงินให้กักหนี้ จึงเอาที่พิพาทจำนองโจทก์ โจทก์รับจำนองแทนผู้ร้องสอด แต่โจทก์ให้นายสวัสดิ์ลงชื่อรับจำนองแทน จำเลยได้เอาเงินจำนองบางส่วนชำระหนี้บริษัทไทยประสิทธิ จำกัด และยังคงเป็นหนี้อยู่อีกจำนวนหนึ่ง บริษัทนั้นจึงฟ้องล้มละลาย จำเลยจึงยอมทำสัญญาขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ ในการทำสัญญาขายฝากนี้นายสวัสดิ์ลงชื่อรับซื้อฝากแทนโจทก์โดยโจทก์และนายสวัสดิ์เป็นตัวแทนของผู้ร้องสอดโดยไม่เปิดเผยชื่อ หลังจากนั้นนายสวัสดิ์ก็ตาย จำเลยก็ไม่ไถ่การขายฝาก ทายาทของนายสวัสดิ์รู้ว่านายสวัสดิ์รับซื้อฝากแทนผู้ร้องสอด จึงโอนขายที่ดินให้โจทก์ซึ่งรับซื้อแทนผู้ร้องสอด

ขอให้ศาลพิพากษาตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์แก่ผู้ร้องสอดโจทก์เดิมแถลงว่าเป็นความจริงตามคำร้องสอด ยินยอมให้เข้ามาแทนที่โจทก์ ส่วนจำเลยคัดค้าน แต่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมด้วย โดยเข้าแทนที่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยส่งมอบเครื่องจักรและให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 500 บาท ตั้งแต่ 18 สิงหาคม 2501โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะค่าเสียหาย ให้จำเลยใช้เดือนละ3,000 บาท นับแต่วันฟ้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ทำสัญญาจำนองและขายฝากที่ดินและโรงเลื่อยจักรรายพิพาทลบล้างหนี้สินกับบริษัทไทยประสิทธิ จำกัด และบริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด จนกระทั่งพ้นกำหนดการไถ่ทรัพย์รายพิพาทไม่ใช่เป็นของจำเลยแล้ว

จำเลยไม่มีสิทธิจะอยู่และใช้ทรัพย์รายนี้ได้ต่อไป ดังนั้น โจทก์จะเป็นผู้รับซื้อฝากเองหรือผู้ใดจะอ้างว่าเป็นตัวการเข้ารับเอาสัญญาที่โจทก์รับซื้อฝากแทนผลก็เท่ากัน ไม่ทำให้เสื่อมเสียสิทธิของจำเลยในการขายฝากนี้อย่างใด ทรัพย์นั้นจะเป็นของผู้ร้องสอดหรือของบริษัทไทยประสิทธิจำกัด ก็เป็นเรื่องของโจทก์ที่จะยอมรับตามความเป็นจริง และตามพยานหลักฐาน ศาลฎีกาก็เห็นพ้องกับศาลล่างที่ฟังว่าผู้ร้องสอดเป็นผู้รับซื้อฝากข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ตัวการที่ไม่เปิดเผยชื่อจะเข้าแทนที่โจทก์ฟ้องก็ไม่สมบูรณ์นั้น เห็นว่า เมื่อตัวการที่ไม่เปิดเผยชื่อยังมิได้แสดงตนเข้ารับเอาสัญญาที่โจทก์ได้ทรัพย์สินพิพาท โจทก์ก็คงมีสิทธิตามสัญญานั้นอยู่และมีอำนาจฟ้องจำเลยได้เมื่อตัวการคือผู้ร้องสอดแสดงตนเข้ามารับเอาสัญญาจากโจทก์โจทก์ยินยอม ผู้ร้องสอดก็ได้อำนาจจากโจทก์โดยตัวแทนยอมคืนทรัพย์สินให้ตัวการ จำเลยจะคัดค้านไม่ให้มีอำนาจฟ้องทั้งสองคนไม่ได้เมื่อวินิจฉัยข้ออื่นด้วยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เฉพาะค่าเสียหายให้จำเลยใช้เดือนละ 1,500 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · จิตติ ติงศภัทิย์ · สุธรรมานุวัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้