Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1766/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นนายกเทศมนตรีและเทศมนตรีก็โดยความเห็นชอบของสมาชิกสภาเทศบาลส่วนใหญ่ในที่ประชุมสภาเทศบาล จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งของโจทก์ที่ 3 ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาเทศบาล ทั้งตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 หาได้มีบทบัญญัติให้บุคคลใช้สิทธิทางศาลขอให้บังคับผู้ว่าราชการจังหวัดเพิกถอนการแต่งตั้งนายกเทศมนตรีและเทศมนตรีไว้แต่อย่างใดไม่ ฉะนั้นโจทก์ที่ 3 จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองลำปางโจทก์ที่ ๑ เป็นประธานสภาเทศบาล โจทก์ที่ ๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองลำปางในการประชุมสภาพเทศบาลเมืองลำปางสมัยวิสามัญ โจทก์ที่ ๒ ได้เสนอร่างเทศบัญญัติงบประมาณต่อสภาเทศบาลเมืองลำปาง แต่ปรากฏว่าสมาชิกสภาเทศบาลเมืองลำปางกลุ่มหนึ่งตกลงกันที่จะไม่รับหลักการ และได้ร่วมกันปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น ทำให้โจทก์ที่ ๒ ต้องพ้นจากตำแหน่ง จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่คัดเลือกตัวบุคคลผู้สมควรเป็นนายกเทศมนตรีและเทศมนตรีเมืองลำปางได้เรียกประชุมสภาพเทศบาลฯ แต่จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ ๒ เป็นนายกเทศมนตรี จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นเทศมนตรีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและยังมิได้รับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลเมืองลำปางตามพระราชบัญญัติเทศบาล

พ.ศ.๒๔๙๖ และตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ไม่อาจเข้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีและเทศมนตรีได้ ขอให้บังจำเลยที่ ๑ ออกประกาศเพิกถอนประกาศแต่งตั้งนายกเทศมนตรีและเทศมนตรีเมืองลำปาง หากจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนประกาศเพิกถอน ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีและเทศมนตรี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ไม่รับฟ้อง จำเลยที่ ๑ ให้การว่า การแต่งตั้งคณะเทศมนตรีเมืองลำปางเป็นการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายและปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาเทศบาลแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และคำขอท้ายฟ้องโจทก์ไม่อาจบังคับได้เพราะพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ไม่ได้ให้อำนาจไว้ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เดิมสภาเทศบาลเมืองลำปางได้มีการประชุมร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๖ และเทศบาลมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างเทศบัญญัติดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมด เป็นเหตุให้คณะเทศมนตรีในขณะนั้นต้องออกจากตำแหน่งตามมาตรา ๔๕(๒) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ จำเลยที่ ๑ จึงได้แต่งตั้งคณะเทศมนตรีชั่วคราว ต่อมาจำเลยที่ ๑ ให้เรียกประชุมสมาชิกสภาเทศบาลเมืองลำปางเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๒๕ เพื่อพิจารณาซาวเสียงเลือกสมาชิกสภาเทศบาลผู้สมควรเป็นนายกเทศมนตรีและเทศมนตรีเมืองลำปางตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาเทศบาล

พ.ศ.๒๔๙๖ ข้อ ๙๗ ซึ่งการประชุมครั้งนั้นมีสมาชิกเทศบาลมาประชุมครบทั้ง ๑๘ คน ปรากฏสมาชิกสภาเทศบาล ๑๐ คนเสนอให้นายเรือง เขื่อนแก้วเป็นนายกเทศมนตรี และนายแพทย์วัฒนา วานิชสุขสมบัติ กับนายนรินทร์ มโนกุลอนันต์ เป็นเทศมนตรี นอกจากนี้จำเลยที่ ๑ ได้มีคำสั่งที่ ๑๙๓๓/๒๕๒๕ เรียกประชุมสภาเทศบาลเมืองลำปางสมัยวิสามัญ (สมัยที่ ๔) ประจำปี ๒๕๒๕ เพื่อจำเลยที่ ๑ จะได้เสนอขอรับความเห็นชอบต่อสภาเทศบาลในการแต่งตั้งคณะเทศมนตรี ในการประชุมสภาเทศบาลครั้งนี้ หลังจากจำเลยที่ ๑ ได้เสนอชื่อคณะเทศมนตรีเพื่อขอรับความเห็นชอบต่อสภาเทศบาลแล้ว ปรากฏว่าสมาชิกสภาเทศบาลจำนวน ๒ คน ผลัดกันยืนพูด โดยไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกคนอื่นอภิปรายด้วย

โจทก์ที่ ๑ จึงสั่งปิดประชุม ต่อมาสมาชิกสภาเทศบาล ๑๐ คนได้ร้องขอต่อจำเลยที่ ๑ ให้เรียกประชุมสภาเทศบาลสมัยวิสามัญเพื่อสภาเทศบาลจะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะเทศมนตรี ซึ่งจำเลยที่ ๑ ได้ออกคำสั่งเรียกประชุมสภาเทศบาลเมืองลำปางสมัยวิสามัญ (สมัยที่ ๑) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ในการประชุมครั้งนี้มีสมาชิกสภาเทศบาลมาประชุมครบองค์ประชุม เมื่อการประชุมดำเนินมาถึงระเบียบวาระที่ ๒ ยังไม่สิ้นสุดวาระการประชุม โจทก์ที่ ๑ กับจำเลยที่ ๑ ตกลงกันให้เลื่อนการประชุมไปเวลา ๑๕ นาฬิกา ครั้นถึงเวลานัด ได้มีการโต้เถียงกันโดยฝ่ายที่ได้รับการซาวเสียงให้เป็นคณะเทศมนตรีซึ่งมีเสียงข้างมากให้ดำเนินการประชุมต่อไปตามระเบียบวาระที่ค้างอยู่ แต่ฝ่ายโจทก์ที่ ๓ ซึ่งมีเสียงข้างน้อยไม่ต้องการให้มีการประชุม โดยอ้างว่าไม่มีการเรียกประชุมและไม่มีระเบียบวาระการประชุมจนกระทั่งเวลาประมาณ ๑๗ นาฬิกาเศษ

จำเลยที่ ๑ จึงได้ขออนุญาตถามสมาชิกสภาเทศบาลว่า ที่จำเลยที่ ๑ ได้เสนอขอรับความเห็นชอบในการแต่งตั้งนายเรือง เขื่อนแก้วเป็นนายกเทศมนตรี และนายแพทย์วัฒนา วานิชสุขสมบัติ กับนายนรินทร์ มโนกุลอนันต์ เป็นเทศมนตรี ตามที่ได้ซาวเสียงไว้แล้ว หากผู้ใดเห็นชอบขอให้ยกมือ ปรากฏว่ามีสมาชิกสภาเทศบาลยกมือเห็นชอบด้วย ๑๐ คน จำเลยที่ ๑ จึงประกาศแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นนายกเทศมนตรีและเทศมนตรี คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ ๓ ประการแรกว่าโจทก์ที่ ๓ มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๕ ได้บัญญัติว่าบุคคลชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ในสองกรณีคือ เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลนั้นตามกฎหมายแพ่งหรือบุคคลนั้นจะต้องใช้สิทธิทางศาล

สำหรับกรณีแรก การที่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดได้สอบถามต่อที่ประชุมสภาเทศบาลว่า ตามที่จำเลยที่ ๑ ได้เสนอขอรับความเห็นชอบในการแต่งตั้งจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ เป็นนายกเทศมนตรีและเทศมนตรี ซึ่งได้เสนอต่อที่ประชุมสภาเทศบาลไว้แล้ว จะเห็นชอบหรือไม่ เมื่อสมาชิกสภาเทศบาลส่วนใหญ่เห็นชอบ จำเลยที่ ๑ ก็แต่งตั้งบุคคลดังกล่าวนั้น ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งของโจทก์ที่ ๓ แต่อย่างใด สิทธิ+ของโจทก์ที่ ๓ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเคยมีอยู่อย่างใด ก็คงมีอยู่อย่างนั้น ที่โจทก์ที่ ๓ ฎีกาว่าจำเลยที่ ๑ ประกาศแต่งตั้งคณะเทศมนตรีโดยไม่สอบถามความเห็นโจทก์ที่ ๓ เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ที่ ๓ นั้น

ทางพิจารณากลับได้ความว่า จำเลยที่ ๑ ได้สอบถามความเห็นในเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมสภาเทศบาลซึ่งโจทก์ที่ ๓ ก็ได้อยู่ในที่ประชุมนั้นด้วย เช่นนี้ จะว่าจำเลยที่ ๑ ไม่สอบถามโจทก์ที่ ๓ ได้อย่างไร ส่วนในกรณีหลังที่ว่าโจทก์ที่ ๓ จะใช้สิทธิทางศาลขอให้ศาลบังคับให้จำเลยที่ ๑ ออกประกาศเพิกถอนการแต่งตั้งนายกเทศมนตรีและเทศมนตรีเมืองลำปางนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ หาได้มีบทบัญญัติให้บุคคลใช้สิทธิทางศาลในเรื่องนี้ไว้แต่อย่างใดไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะนำคดีมาให้ศาลวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๕๗/๒๔๙๖ ระหว่าง นายผัน มงคล กับพวก โจทก์ นายพรหมสูตร สุคนธ์ กับพวก จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ที่ ๓ ไม่มีอำนาจฟ้อง และพิพากษายกฟ้องโจทก์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · พลจิตต์ ดียืน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำปาง - นายชนก เชิดชูธรรม
ศาลอุทธรณ์ - นายนำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้