Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายในขณะวิ่งไล่ตามจับกุมผู้เสียหายและผู้เสียหายวิ่งหลบหนีไปในความมือพ้นจากการจับกุมของจำเลยในระยะห่างกันประมาณ 5 เมตร โดยเล็งปลายกระบอกปืนไปทางผู้เสียหาย กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่บริเวณแขนขวาระดับเดียวกับอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย ถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยเจตนาฆ่า จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เพราะกระสุนปืนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ ผู้เสียหายจึงไม่ตายสมดังเจตนาของจำเลยจำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ลงโทษจำคุก 10 ปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับกันฟังเป็นยุติได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยถืออาวุธปืนเอ็ม 16 วิ่งไล่ตามผู้เสียหายไป ระหว่างนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดผู้เสียหายได้รับบาดแผลที่บริเวณต้นแขนด้านขวาเป็นรอยทะลุ 2 แผล ปรากฏตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า จำเลยถืออาวุธปืนเอ็ม16 วิ่งตามพยาน พยานวิ่งหนีจำเลยไปทางหน้าวัดได้ยินเสียงจำเลยกระชากรังปืน พยานหันไปดูจำเลยแต่บริเวณนั้นไม่มีแสงไฟจึงมองเห็นไม่ชัด พยานวิ่งหนีจำเลยต่อไปอีกประมาณ 3 นาที พยานได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ขณะนั้นพอดีพยานหกล้มจึงไม่ได้หันกลับมาดูจำเลยแต่เข้าใจว่าจำเลยเป็นผู้ยิง จึงรีบลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปทางหน้าวัดผ่านไร่และนาของชาวบ้านบริเวณนั้น จนกระทั่งไปถึงหน้าโรงพยาบาลมีแสงไฟฟ้าจากหลอดไฟฟ้า พยานจึงเห็นว่าที่แขนขวาพยานบริเวณข้อศอกมีโลหิตไหล บาดแผลเป็นรอยทะลุ 2 รู พยานเข้าใจว่าถูกกระสุนปืน

พยานจึงไปที่บ้านของลุงชื่อนายแสวง นายแสวงและนายสินทอง ทวีทรัพย์ พี่ชายพยานพาพยานไปทำบาดแผลที่โรงพยาบาลและแจ้งความที่สถานีตำรวจ วันรุ่งขึ้นพยานร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตามคำร้องทุกข์เอกสารหมาย จ.1 ร้อยตำรวจโทถนอม กิ่งแฝงพยานโจทก์ปากหนึ่งเบิกความว่า พยานเป็นผู้สอบสวนคดีนี้ ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจพยานรับแจ้งความแล้วไปดูที่เกิดเหตุผ่านบ้านจำเลยเห็นจำเลยยืนอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน ผู้เสียหายจึงชี้ให้จับกุมจำเลยได้นำเอาอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอกพร้อมด้วยกระสุนปืน 16 นัดและซองกระสุนปืน 1 ซอง มามอบให้ หลังจากนั้นนำจำเลยไปดูที่เกิดเหตุและตรวจสถานที่เกิดเหตุ ในบริเวณที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 1 ปลอก

ได้ทำบัญชีของกลางไว้ ตามบัญชีของกลางคดีอาญาเอกสารหมาย จ. 9 ชั้นสอบสวนจำเลยรับว่าขณะเกิดเหตุอาวุธปืนของจำเลยลั่น 1 นัด ได้บันทึกคำให้การของจำเลย ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา เอกสารหมาย จ. 7 ผู้เสียหายได้ให้การต่อพยานในวันเกิดเหตุยืนยันว่าจำเลยได้เล็งอาวุธปืนไปยังผู้เสียหายก่อนที่จะได้ยินเสียงปืน พยานจึงบันทึกคำให้การของผู้เสียหายไว้ ตามบันทึกทำให้การของผู้ร้องทุกข์ เอกสารหมาย จ. 8 พยานได้ส่งอาวุธปืนกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุไปที่กองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจ เพื่อตรวจสอบว่าปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้ใช้ยิงจากอาวุธปืนของจำเลยหรือไม่ ผลการตรวจปรากฏว่าปลอกกระสุนปืนดังกล่าวใช้ยิงจากอาวุธปืนของจำเลยตามรายงานการตรวจพิสูจน์เอกสารหมาย

จ. 11 บาดแผลของผู้เสียหายมี 2 บาดแผล ขนาดเท่ากันมีลักษณะกลม อาจเกิดจากกระสุนปืนไปกระทบวัตถุอื่นก่อนที่จะไปถูกผู้เสียหาย ส่วนพยานจำเลยมีตัวจำเลยอ้างตนเองกับนายบุญมีป้อมอุ่นเรือน เป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า อาวุธปืนของจำเลยได้ขึ้นลำปืนไว้ก่อน ขณะวิ่งไล่ตามวัยรุ่นที่หลบหนีนายบุญมีขึ้นลำปืนเพื่อขู่ จำเลยวิ่งอยู่ข้างหน้านายบุญมีจำเลยสะดุดก้อนหินหกล้มอาวุธปืนของจำเลยลั่นขึ้น 1 นัด ภายหลังทราบว่าวัยรุ่นที่วิ่งหลบหนีคือ ผู้เสียหาย นายวิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ พยานจำเลยปากหนึ่งเบิกความว่า พยานได้เขียนตำราวิชานิติเวชศาสตร์เอกสารหมาย ป.ล. 1 โดยอาศัยหลักวิชาการและประสบการณ์พยานเคยพบบาดแผลที่เกิดจากการยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 บาดแผลทางเข้าของกระสุนปืนจะเล็กกว่าทางออกมากตามภาพถ่ายในหนังสือนิติเวชศาสตร์

หน้า 131 เอกสารหมาย ป.ล. 1 แต่ถ้าหากความเร็วของกระสุนต่ำมากแล้วบาดแผลทางเข้าและทางออกอาจมีขนาดเท่ากันศาลฎีกาเห็นว่า ผู้เสียหายไปยืนดูผู้เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้กันเมื่อจำเลยถืออาวุธปืนเอ็ม 16 ตรงเข้ามาที่ผู้เสียหายผู้เสียหายก็วิ่งหนีขณะเกิดเหตุก็อยู่ในระหว่างจำเลยถืออาวุธปืนเอ็ม 16 วิ่งไล่ตามจับกุมผู้เสียหาย เนื่องมาจากผู้เสียหายทะเลาะวิวาทกับนายสรศักดิ์แซ่ลี้ หลานของจำเลยและเข้าชุลมุนต่อสู้กัน ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา เอกสารหมาย จ. 7 ระหว่างวิ่งหนีผู้เสียหายได้ยินเสียงจำเลยกระชากรังปืน ผู้เสียหายล้มลงเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่บริเวณต้นแขนขวา 2 แผล ลักษณะบาดแผลเป็นรูกลมขนาดเท่ากัน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ากระสุนปืนเอ็ม 16 ที่จำเลยยิงไปกระทบวัตถุอื่นทำให้ความเร็วของกระสุนปืนลดลงแล้วกระสุนปืนไปถูกผู้เสียหายดังกล่าว

พนักงานสอบสวนได้ส่งอาวุธปืน กระสุนปืนของจำเลยและปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุซึ่งยึดไว้เป็นของกลางไปให้กองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจตรวจพิสูจน์แล้วผลปรากฏว่าปลอกกระสุนปืนดังกล่าวใช้ยิงจากอาวุธปืนของจำเลยตามรายงานการตรวจพิสูจน์ เอกสารหมาย จ. 11 แสดงว่าเมื่อจำเลยวิ่งไล่ตามจับกุมผู้เสียหายและผู้เสียหายไม่ยอมหยุด ผู้เสียหายกำลังวิ่งหนีออกไปทางประตูวัดเข้าไร่นาของชาวบ้านพ้นจากการจับกุมของจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถูกผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องผู้เสียหายไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย เมื่อถูกยิงแล้วก็ได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนระบุว่าจำเลยเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงตนเชื่อว่า

ผู้เสียหายเบิกความตามจริง ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำของผู้เสียหายในวันเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ให้การยืนยันกับพนักงานสอบสวนว่าจำเลยได้เล็งอาวุธปืนไปยังผู้เสียหายก่อนที่จะได้ยินเสียงปืน พนักงานสอบสวนได้บันทึกไว้ ตามเอกสารหมาย จ. 8ซึ่งเป็นไปได้ที่ในขณะที่ผู้เสียหายวิ่งหนี ผู้เสียหายได้เหลียวกลับไปดูจำเลยบ้างจนผู้เสียหายหกล้ม พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ พยานของจำเลยที่อ้างว่า จำเลยหกล้มอาวุธปืนของจำเลยลั่นขึ้น 1 นัด ทั้งที่จำเลยได้ห้ามไกปืนไว้แล้ว ไม่มีน้ำหนักฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงผู้เสียหาย 1 นัด กระสุนปืนถูกบริเวณแขนขวาของผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย

การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายในขณะวิ่งไล่ตามจับกุมผู้เสียหายและผู้เสียหายวิ่งหลบหนีไปในความมืดพ้นจากการจับกุมของจำเลยในระยะห่างกันประมาณ5 เมตร โดยเล็งปลายกระบอกปืนไปทางผู้เสียหาย กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่บริเวณแขนขวาระดับเดียวกับอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยเจตนาฆ่า จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เพราะกระสุนปืนที่จำเลยยิงไม่ถูกอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ตายสมดังเจตนาของจำเลย จำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · มาโนช เพียรสนอง · ประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2553

จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียหายที่ 2 ที่อยู่บริเวณหน้าร้าน กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกยิงบริเวณหัวไห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2553

จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมาในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดทำจากใบเลื่อยยาวถึง 1 เมตร ฟันบริเวณแสกหน้าของผู้เสียหายที่ 1 แต่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้มือรับไว้ จึงทำให้เอ็นนิ้วนางและนิ้วก้อยของผู้เสีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2553

ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล คือ 1) บาดแผลฉีกขาดที่บริเวณด้านบนศีรษะข้างซ้ายค่อนมาทางกึ่งกลางศีรษะยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ 2) บาดแผลที่ศีรษะด้านขวาเหนือใบหูยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลดศีรษ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้