Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1757/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ทำลายสัญญาจำนอง และสัญญายอมความต่อศาลระหว่างจำเลยมูลคดีเป็นเรื่องขอให้ทำลายสัญญาไม่ใช่เรื่องฟ้องเรียกกรรมสิทธิ์จากจำเลย แม้มีข้อเท็จจริงโต้เถียงกันว่า โจทก์กับจำเลยเป็นผัวเมียกันหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ฟ้องที่ศาลแขวงได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเรือนเลขทะเบียนที่ 14 ซึ่งจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าเป็นของโจทก์ จำเลยที่ 2 ได้สมคบกับจำเลยที่ 1 จำนองเรือนนี้แก่จำเลยที่ 1 เป็นเงิน5,000 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 ฟ้องบังคับจำนองจำเลยที่ 2 จำเลยทั้ง 2 สมคบกันทำสัญญายอมความต่อศาล ให้จำเลยที่ 2 ใช้เงิน มิฉะนั้นให้ยึดเรือนขายทอดตลาดแล้วจำเลยที่ 1 ได้ยึดเรือนนี้ขายทอดตลาด โจทก์ได้ขัดทรัพย์ไว้แล้ว และขอให้ศาลทำลายสัญญาดังกล่าวจำเลยที่ 1 ให้การว่า ไม่ทราบว่าเป็นเรือนของโจทก์ โจทก์กับจำเลยที่ 2 เป็นผัวเมียกัน เรือนพิพาทเป็นสินเดิมของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ได้รับจำนองโดยสุจริตมีค่าตอบแทน และยอมความต่อศาลโดยสุจริตจำเลยที่ 2 มิได้ยื่นคำให้การศาลชั้นต้นสอบคู่ความ

โจทก์แถลงว่าจำเลยที่ 2 กับโจทก์ได้เสียกันหลังใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และไม่ได้จดทะเบียนสมรส เรือนเป็นของโจทก์ จำเลยที่ 2 ว่าเป็นผัวเมียกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นว่าคดีเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัว ซึ่งศาลแขวงไม่มีอำนาจ ให้คืนฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นเรื่องโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์รายพิพาท เป็นคดีมีทุนทรัพย์ 1,000 บาท แม้ไม่เกี่ยวกับสิทธิในครอบครัว ศาลแขวงก็รับไว้พิจารณาไม่ได้ พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เป็นเรื่องที่ฟ้องขอให้ทำลายสัญญาจำนองและสัญญายอมความระหว่างจำเลยทั้ง 2 มูลคดีเป็นเรื่องขอให้ทำลายสัญญาหาใช่เรื่องฟ้องเรียกกรรมสิทธิ์จากเรือนไม่ ในการจำนองกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์ที่จำนอง

ก็มิได้ตกไปยังผู้รับจำนอง ที่ว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์นั้นไม่เห็นด้วย จริงอยู่ ที่โต้เถียงกันอยู่ว่าจำเลยที่ 2 กับโจทก์เป็นสามีภริยากันหรือไม่นั้น เห็นว่า ลำพังแต่การที่จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงเช่นว่านั้น หาใช่เป็นการวินิจฉัยถึงสิทธิในครอบครัวไม่ เพราะมูลคดีพิพาทกันเรื่องขอให้ทำลายสัญญา จึงอยู่ในอำนาจของศาลแขวงพิจารณาพิพากษาได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้ง 2 ให้ศาลแขวงพระนครเหนือรับฟ้องของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปรีชาวินิจฉัย · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้