คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีมีดปลายแหลมเป็นอาวุธ บังอาจลักธนบัตร70 บาท ของนายจรูญโดยใช้มีดนั้นบังคับข่มขืนใจให้นายจรูญขับรถยนต์เลี้ยวเข้าไปในถนนสุขาภิบาล 1 และขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายร่างกายให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและร่างกาย เพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์พาทรัพย์นั้นไป ลงมือกระทำผิดแล้วแต่ไม่ตลอด ไม่บรรลุผลโดยนายจรูญขับรถยนต์หลบหนีไปแจ้งความตำรวจมาจับกุมจำเลยได้ชิงทรัพย์ไม่สำเร็จ ขอให้ลงโทษตามมาตรา 339, 80จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานพยายามทำผิดต่อเสรีภาพศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาต่อมาศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา
แม้จำเลยไม่มีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ แต่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธมีดบังคับข่มขืนใจให้นายจรูญขับรถยนต์เลี้ยวเข้าไปในถนนสุขาภิบาล 1 และขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้มีดแทงทำร้ายให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกาย จะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษฐานกระทำผิดต่อเสรีภาพหาได้ไม่ ทั้งการกระทำอันเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำร้ายนี้ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลจึงลงโทษจำเลยฐานทำความผิดต่อเสรีภาพตามมาตรา 309ได้ดังนัยฎีกาที่ 1683/2500 แต่การกระทำของจำเลยที่ขู่เข็ญให้ผู้เสียหายเลี้ยวรถเข้าไปในซอยสุขาภิบาล 1 ถ้าไม่เลี้ยวเข้าไปจะฆ่าให้ตาย ผู้เสียหายยังไม่ทันได้กระทำตามที่ขู่จึงเป็นแต่เพียงพยายามกระทำผิดตามมาตรา 309 ประกอบมาตรา 80พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 30 ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุก 2 เดือน