Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1753/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ห้างโจทก์มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการตั้ง โรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ รวมทั้งโรงงานทำถุงเท้า โรงงานทำรองเท้า และโรงงานทำสิ่งถักทอทุกชนิดจำหน่ายถุงเท้า รองเท้าและอื่นๆ การขอจดทะเบียนการค้าตามประมวลรัษฎากร โจทก์ก็ระบุว่าเป็นการขายของชนิด 1(ก) สินค้าและการค้า ส่วนใหญ่เป็นจำพวกถุงเท้าและโจทก์ได้ยื่น แบบแสดงรายการการค้าตามมาตรา 84แห่งประมวลรัษฎากรแสดงว่า โจทก์ประกอบการค้า ประเภท 1การขายของชนิด 1(ก) ผลิต ถุงเท้าจำหน่าย ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้า ว่า โจทก์ประกอบการค้าประเภท 4การรับจ้างทำของเลย ดังนั้นเมื่อโจทก์ประกอบการค้าจัดส่งถุงเท้าให้กรมพลาธิการทหารบก โดยทำสัญญากับกองทัพบกเป็นสัญญาจ้างทำถุงเท้าบ้าง สัญญาซื้อขายถุงเท้าบ้าง และคุณลักษณะเฉพาะของถุงเท้า รูปแบบถุงเท้าตามที่กำหนดไว้ ท้ายสัญญาจ้างหรือสัญญาซื้อขายถุงเท้าระหว่าง กองทัพบกกับห้างโจทก์ ก็ใช้คุณลักษณะเฉพาะแสดงว่า กองทัพบกมีวัตถุประสงค์ที่จะได้กรรมสิทธิ์ในถุงเท้าที่มี คุณภาพและคุณลักษณะตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเท่านั้น ถึง แม้จะระบุชื่อว่าเป็นสัญญาจ้างหรือสัญญาซื้อขายก็ไม่สำคัญเห็นได้ว่าโจทก์ประกอบกิจการโรงงานทอถุงเท้าจำหน่ายและได้ จำหน่ายให้กองทัพบก โดยโจทก์ได้รับมูลค่าของถุงเท้าเป็น ค่าตอบแทน โจทก์จึงเป็นผู้ทำให้ มีขึ้นซึ่งสินค้า ถุงเท้า ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ผลิต ตามมาตรา 77แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่เสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7ของรายรับในประเภท 1 การขายของ ชนิด 1(ก) ตาม บัญชีอัตราภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากร หมวด 4 โจทก์เคยชำระภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7 ของรายรับ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตถุงเท้าจำหน่ายมาก่อนแล้ว ต่อมา จึงได้ชำระภาษีเป็นร้อยละ 2 โดยแสดงลักษณะของการค้าว่า ผลิตถุงเท้าจำหน่ายเช่นกัน ดังนี้ ย่อมทำให้จำนวนภาษีที่โจทก์ชำระลดน้อยลงกว่าที่ควรต้องเสีย แสดงว่าโจทก์มี เจตนาหลีกเลี่ยงภาษี กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลจะลดเบี้ยปรับให้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคล เมื่อระหว่างปี พ.ศ. 2518 ถึง พ.ศ. 2522โจทก์ประกอบการค้ารับจ้างทำถุงเท้าสีกากีแกมเขียวให้กับกรมพลาธิการทหารบกกองทัพบก ตามแนวคุณลักษณะเฉพาะที่กรมพลาธิการทหารบกกำหนดโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการค้าเพื่อเสียภาษีการค้าประเภทการค้า 4 การรับจ้างทำของอัตราร้อยละ 2 ของรายรับ เจ้าพนักงานได้ประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าจากโจทก์ประเภทการค้า 1 การขายของโดยถือว่าโจทก์เป็นผู้ผลิต ให้ชำระภาษีการค้าเพิ่มขึ้นเป็นอัตราร้อยละ7 ของรายรับ ตามภาพถ่ายแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าลงวันที่ 3 มีนาคม 2523 รวม 4 ฉบับ ท้ายฟ้อง โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประกอบด้วยจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ได้วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์

โจทก์เป็นผู้รับจ้างทำถุงเท้าตามที่ประกวดราคาได้จากกรมพลาธิกาทหารบกไม่เคยทำถุงเท้าเพื่อจำหน่ายในท้องตลาด ช่วงเวลาที่โจทก์ประกวดราคาไม่ได้ก็จะปิดโรงงานชั่วคราว โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าและชำระภาษีการค้าประเภทการรับจ้างทำของอัตราร้อยละ 2 ของรายรับไว้ถูกต้องแล้ว ขอศาลพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน หากศาลเห็นว่าโจทก์เป็นผู้ผลิตก็ขอให้พิจารณาลดเบี้ยปรับให้ด้วยจำเลยทั้งสี่ให้การว่า ห้างโจทก์มีวัตถุประสงค์ตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายถุงเท้า รับสั่งเข้าและส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ จากการตรวจสอบแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีการค้าประจำเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2520ของโจทก์พบว่าโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการประเภทการค้า 1 (ก)

ผลิตถุงเท้าจำหน่าย แต่ชำระภาษีไว้ร้อยละ 2 ไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานประเมินได้เชิญหุ้นส่วนผู้จัดการห้างโจทก์มาพบเพื่อชี้แจงได้ความว่าโจทก์ทำสัญญากับกองทัพบกเป็น 2 ประเภทคือ สัญญาซื้อขายและสัญญาจ้าง จำเลยที่ 1 เห็นว่าสำหรับสัญญาจ้างสาระสำคัญของสัญญาเช่นการผลิตก็เป็นไปตามตัวอย่างของโจทก์ราคาถุงเท้าก็เท่ากับราคาในสัญญาซื้อขาย จุดประสงค์ของสัญญาจ้างมิได้มุ่งหมายที่คุณภาพของถุงเท้าเป็นพิเศษ สาระสำคัญของสัญญาจ้างมีลักษณะเป็นการซื้อขายตามตัวอย่าง จึงถือว่าโจทก์เป็นผู้ผลิตตามมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องเสียภาษีการค้าร้อยละ 7 ของรายรับตามหมวด 2(6)ของบัญชี 1 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517 การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าห้างโจทก์ได้จดทะเบียนการค้าไว้ต่อกรมสรรพากรประเภทการขายของชนิด 1 ก. โจทก์ประกอบการค้าจัดส่งถุงเท้าให้กรมพลาธิการทหารบกตามที่ยื่นประกวดราคาได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518โดยทำสัญญากับกองทัพบกเป็นสัญญาจ้างทำถุงเท้าบ้าง สัญญาซื้อขายถุงเท้าบ้าง ถุงเท้าที่จัดส่งต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่ทางราชการกำหนดไว้ในสัญญาโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าและชำระภาษีการค้าประเภทการขายของในอัตราร้อยละ 7 ของรายรับมาก่อนตามเอกสารหมาย ล.2 ต่อมาโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าชำระภาษีในอัตราร้อยละ 2 ของรายรับตามเอกสารหมาย

ล.3 ผู้อำนวยการกองภาษีการค้ากรมสรรพากรจำเลยที่ 1 จึงได้มีหนังสือเรียกหุ้นส่วนผู้จัดการห้างโจทก์ไปสอบถาม นายสมภพ อิ่มธนาสาร หุ้นส่วนผู้จัดการได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ภาษีตามเอกสารหมาย ล.10 ว่าห้างโจทก์รับจ้างทอถุงเท้าเฉพาะกรมพลาธิการทหารบกแห่งเดียวมิได้ผลิตจำหน่ายโดยทั่วไป เจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินภาษีการค้าที่โจทก์ชำระไว้ในอัตราร้อยละ 2 ของรายรับเป็นอัตราร้อยละ 7 ของรายรับ โดยอ้างว่าเป็นรายรับจากการจำหน่ายถุงเท้าที่ผลิตขึ้นตามบัญชี 1 หมวด2(6) ท้ายพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517ให้โจทก์ชำระภาษีการค้าเพิ่มขึ้นรวมทั้งเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ภาษีบำรุงเทศบาลโจทก์เห็นว่าการประเมินภาษีการค้าไม่ถูกต้อง

เพราะโจทก์เป็นเพียงผู้รับจ้างทำของจึงยื่นอุทธรณ์คัดค้าน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่าการประกอบกิจการของโจทก์เป็นการผลิตตามมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากร ให้ยกอุทธรณ์การประเมินภาษีของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ปัญหาว่าการประกอบกิจการค้าของโจทก์เป็นการผลิตตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ ปรากฏตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนห้างโจทก์เป็นนิติบุคคลว่าห้างโจทก์มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ รวมทั้งโรงงานทำถุงเท้า โรงงานทำรองเท้า และโรงงานทำสั่งถักทอทุกชนิด จำหน่ายถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ การขอจดทะเบียนการค้าตามประมวลรัษฎากร โจทก์ก็ระบุว่าเป็นการขายของชนิด 1(ก)

สินค้าและการค้าส่วนใหญ่เป็นจำพวกถุงเท้า และโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าตามมาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากรแสดงว่าโจทก์ประกอบการค้าประเภท 1 การขายของชนิด 1 (ก) ผลิตถุงเท้าจำหน่าย ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าว่า โจทก์ประกอบการค้าประเภท 4 การรับจ้างทำของเลยพิจารณาคุณลักษณะเฉพาะของถุงเท้า รูปแบบถุงเท้าตามที่กำหนดไว้ท้ายสัญญาจ้างหรือสัญญาซื้อขายถุงเท้าระหว่างกองทัพบกกับห้างโจทก์ก็ใช้คุณลักษณะเฉพาะเช่นเดียวกัน แสดงว่ากองทัพบกมีวัตถุประสงค์ที่จะได้กรรมสิทธิ์ในถุงเท้าที่มีคุณภาพและคุณลักษณะเฉพาะตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเท่านั้น แม้จะบุชื่อว่าเป็นสัญญาจ้างหรือสัญญาซื้อขายก็ไม่สำคัญเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ประกอบกิจการโรงงานทอถุงเท้าจำหน่ายและได้จำหน่ายให้กองทัพบกโดยโจทก์ได้รับมูลค่าของถุงเท้าเป็นค่าตอบแทน

โจทก์ก็เป็นผู้ทำให้มีขึ้นซึ่งสินค้าถุงเท้านั้น ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ผลิตตามมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7 ของรายรับในประเภท 1 การขายของชนิด 1(ก) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากร หมวด 4 การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้วที่โจทก์ฎีกาขอลดเบี้ยปรับนั้น เห็นว่า โจทก์เคยชำระภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7 ของรายรับโดยยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตถุงเท้าจำหน่ายมาก่อนแล้วต่อมาจึงได้ชำระภาษีเป็นร้อยละ 2 โดยแสดงลักษณะของการค้าว่าผลิตถุงเท้าจำหน่ายเช่นกันตามแบบแสดงรายการค้าหมาย ล.3 ทำให้จำนวนภาษีที่โจทก์ชำระลดน้อยลงกว่าที่ควรต้องเสีย แสดงว่าโจทก์มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี กรณีไม่มีเหตุอันสมควรจะลดเบี้ยปรับให้ ที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแก่จำเลย 1,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · พจน์ บุญเลี้ยง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้