Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1752/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ร้องขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉล ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 113 นั้นอายุความต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 ซึ่งบัญญัติว่า "การเรียกร้องขอเพิกถอนนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาที่เจ้าหนี้ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน ฯลฯ"ผู้ร้องรู้ถึงต้นเหตุเมื่อใดนั้น ต้องถือเอาคดีที่มีการขอให้เพิกถอนเป็นหลัก คือคดีนี้นั่นเอง โดยผู้ร้องสอบสวนลูกหนี้เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2514 เป็นระยะเวลาเริ่มต้นแห่งอายุความ และยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2515 จึงไม่ขาดอายุความลูกหนี้โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้ ว. โดยไม่สุจริต และเป็นทางให้เจ้าหนี้อื่นต้องเสียเปรียบ ต่อมา ว.นำทรัพย์สินดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันหนี้ต่อธนาคารให้ ช. ดังนี้ ศาลชอบที่จะสั่งเพิกถอนการโอนระหว่างลูกหนี้และ ว. ได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 113 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 แต่ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องขอให้เรียกเงินจาก ช.ตามจำนวนที่ว. จำนองทรัพย์สินเป็นประกันหนี้เข้ามาในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ล้มละลายนั้น เห็นว่ากรณีไม่กระทบกระเทือนถึงธนาคารที่ได้สิทธิจำนองไปโดยสุจริต จึงไม่มีเหตุที่จะเรียกร้องได้ เพราะเป็นเรื่องเกินขอบเขตของการเพิกถอนการฉ้อฉล อีกทั้งจะกลายเป็นว่าผู้ร้องได้เข้าสวมสิทธิบังคับชำระหนี้แทนธนาคารเจ้าหนี้โดยมิชอบ ทั้งราคาทรัพย์จำนองก็ท่วมหนี้จำนอง การเพิกถอนการโอนเป็นประโยชน์ทางทรัพย์สินแก่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์อยู่แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2513 คำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2514เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายสุพรจำเลยผู้ล้มละลายร้องและแก้ไขคำร้องว่า ได้เข้าจัดการทรัพย์ของจำเลยเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2514 ทราบว่านายสุรพลจำเลยร่วมกับนางสาววรรณวิมล พนารมย์ ทำการฉ้อฉลเจ้าหนี้ โดยเพทุบายโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 2279 พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างราคาประมาณ 300,000 บาทของนายสุรพลจำเลยให้แก่นางสาววรรณวิมล เป็นเงิน 10,000 บาท เพื่อให้เจ้าหนี้เสียเปรียบและไม่ได้รับชำระหนี้ แล้วนางสาววรรณวิมล ได้นำที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันหนี้นายซุดดุงหรือนิ้ม

แซ่ลิ้ม ต่อธนาคารเป็นเงิน 150,000 บาท เป็นการก่อหนี้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ทรัพย์ตกอยู่ในภาระจำนองเสื่อมค่า และทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างระหว่างนายสุรพลจำเลยกับนางสาววรรณวิมล และให้เรียกเงินจากนายซุดคุงหรือนิ้ม จำนวน 150,000 บาท เข้ามาในกองทรัพย์สินของจำเลยนางสาววรรณวิมล และนายซุดดุง หรือนิ้ม ยื่นคำแก้ว่า นางสาววรรณวิมล รับโอนที่ดินไว้โดยสุจริต จดทะเบียนซื้อขาย ณ หอทะเบียนที่ดิน และชำระเงินครบถ้วน การจำนองที่ดินเป็นการประกันหนี้ของนายซุดดุงบิดซึ่งธนาคารเร่งรัดเอาหลักประกัน ผู้ร้องยื่นคำร้องซ้ำกับคำร้องอื่นและการโอนทรัพย์สินรายนี้ กระทำก่อนโจทก์ฟ้องคดีล้มละลาย 3 ปี

ผู้ร้องจะขอเพิกถอนการโอนไม่ได้ และคดีของผู้ร้องขาดอายุความศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีของผู้ร้องขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่น พิพากษายกคำร้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีของผู้ร้องไม่ขาดอายุความ แต่การโอนที่ดินระหว่างนายสุรพลจำเลยและนางสาววรรณวิมล กระทำโดยสุจริตพิพากษายืนในผลแห่งคดีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องฎีกาในปัญหาที่ว่า คดีของผู้ร้องขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องร้องขอให้เพิกถอนการโอนนั้น เป็นการร้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 113 ดังนั้นอายุความก็ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 ซึ่งบัญญัติว่า "การเรียกร้องขอเพิกถอนนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาที่เจ้าหนี้ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน " ผู้ร้องรู้ถึงต้นเหตุเมื่อใดนั้น ต้องถือเอาคดีที่มีการขอให้เพิกถอนเป็นหลัก คือคดีนี้นั่นเอง ผู้ร้องสอบสวนลูกหนี้เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2514 นับว่าเป็นระยะเวลาเริ่มต้นแห่งอายุความฉะนั้น คำร้องของผู้ร้องที่ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2515 จึงไม่ขาดอายุความส่วนปัญหาที่ว่า

การโอนทรัพย์สินของนายสุรพลจำเลยให้นางสาววรรณวิมล ผู้คัดค้านเป็นการฉ้อฉลหรือไม่ วินิจฉัยว่าไม่น่าเชื่อว่าจะชำระเงินกันจริงจัง การชำระราคาหาได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินไม่ ทั้งราคาซื้อขายที่ปรากฏในสัญญาก็ต่ำกว่าราคาแท้จริง น่าจะเป็นช่องทางให้ผู้ซื้อผู้ขายคบคิดกันลวงผู้อื่นก็ได้ ประกอบกับนายสุรพล จำเลยดำเนินกิจการตั้งโรงงานอัดปอขาดทุน พอถึง พ.ศ. 2510 มีหนี้สินมาก ถึงกับต้องเอาโรงงานอัดปอตีใช้หนี้ธนาคาร และเป็นหนี้ธนาคารอื่นอีก 300,000 บาทพฤติการณ์เช่นนี้น่าจะเป็นที่รู้อยู่แก่ใจของนางสาววรรณวิมล เพราะเป็นปรากฏการณ์ที่กระทบกระเทือนถึงฐานะของครอบครัวซึ่งตนเกี่ยวข้องอยู่เป็นอันมาก การโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2279 พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว

กระทำโดยไม่สุจริต ทั้ง ๆ ที่ต่างฝ่ายควรรู้เท่าถึงความจริงว่า จะเป็นทางให้เจ้าหนี้อื่นของนายสุรพลต้องเสียเปรียบ เหตุนี้ ศาลชอบที่จะสั่งให้เพิกถอนการโอนเสียได้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 113 และ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237สำหรับข้อที่ผู้ร้องขอเรียกเงินจากนายซุดดุงจำนวน 150,000 บาท เข้ามาในกองทรัพย์สินของนายสุรพลจำเลยนั้น วินิจฉัยว่านางสาววรรณวิมลได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 2279 ไปจำนองเป็นประกันหนี้ให้นายซุดดุง กรณีดังนี้ย่อมไม่กระทบกระเทือนถึงธนาคารที่ได้สิทธิจำนองไปโดยสุจริต ไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะเรียกร้องให้นายซุดดุง ใช้เงิน 150,000 บาทได้ เพราะเป็นเรื่องเกินขอบเขตของการเพิกถอนการฉ้อฉล อีกทั้งจะกลายเป็นว่าผู้ร้องได้เข้าสวมสิทธิบังคับเอาชำระหนี้แทนธนาคารเจ้าหนี้โดยมิชอบ

อนึ่ง ราคาทรัพย์จำนองก็ท่วมหนี้จำนอง การเพิกถอนการโอน ย่อมเป็นประโยชน์ทางทรัพย์สินแก่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์อยู่แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2279 รวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง คำขอนอกจากนี้ให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ศิริ อติโพธิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้