Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1752/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงซึ่งยุติแล้วตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาเมื่อเรือนพิพาทอยู่ในทำเลที่มีการค้าและเป็นสถานที่ซึ่งทำการติดต่อกับการค้าทั้งได้เคยทำการค้ามาก่อนกับจำเลยก็ได้เช่าไว้เพื่อทำการค้า ถึงแม้ว่าจำเลยและครอบครัวจะอยู่ด้วยก็อยู่เพื่อประกอบการค้านั่นเองดังนั้นเรือนพิพาทจึงมิใช่เคหะอันจะได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯเมื่อฟังว่าจำเลยเช่าเรือนพิพาทเพื่อทำการค้าจริงๆ ดังสัญญาเช่าที่โจทก์อ้างประกอบฟ้องแล้ว ประเด็นเรื่องนิติกรรมอำพรางตามข้อต่อสู้ของจำเลยก็ย่อมตกไป

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวซึ่งเช่าประกอบการค้าโดยครบสัญญาเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมต่อสัญญาตามเงื่อนไขของโจทก์ โจทก์บอกเลิกการเช่าและเรียกค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าเช่าเรือนพิพาทเพื่ออยู่อาศัยอยู่ในตรอกไม่ใช่ริมถนน ไม่ใช่ทำเลการค้า สัญญาเช่าข้อ 3 ท้ายฟ้องที่ว่าเช่าเพื่อทำการค้าเป็นนิติกรรมอำพรางเป็นโมฆะ แต่เช่าห้องของโจทก์อีกหลังหนึ่งอยู่เยื้องเรือนพิพาทเป็นสำนักงานในการค้าของจำเลย ๆ อยู่ในเรือนพิพาทมา 20 ปีเศษแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหายจำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่าเรือนพิพาทเป็นเคหะตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯและสัญญาเช่าเป็นนิติกรรมอำพรางศาลฎีกาปรึกษาว่าเมื่อข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก็ต้องฟังว่าเรือนพิพาทอยู่ในที่ซึ่งมีการค้าและเป็นสถานที่ซึ่งทำการติดต่อกับการค้าทั้งได้เคยทำการค้ามาก่อนและจำเลยก็ได้เช่าห้องนี้เพื่อทำการค้า แม้จำเลยและครอบครัวจะอยู่ชั้นบนของเรือนพิพาทก็อยู่เพื่อประกอบการค้า เรือนพิพาทจึงมิใช่เป็นเคหะอันจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเช่าเรือนพิพาทเพื่อทำการค้าจริง ๆ ดังสัญญาเช่าที่โจทก์อ้างประกอบฟ้องประเด็นเรื่องนิติกรรมอำพรางตามคำให้การต่อสู้ของจำเลยก็ย่อมตกไปด้วยเพราะไม่มีการอำพรางกันแต่ประการใดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · ดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้