Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1751/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์รับจ้างว่าความให้จำเลยโดยตกลงกันว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์อัตราร้อยละ 10 ของจำนวนเงินที่จำเลยได้รับตามคำพิพากษา จึงเป็นสัญญาจ้างว่าความโดยวิธีแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ อันมีวัตถุประสงค์ขัดต่อ พระราชบัญญัติ ทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 41 ประกอบพระราชบัญญัติ ทนายความ พ.ศ. 2477 มาตรา 12(2) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะตกลงทำสัญญากัน จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 เดิม (มาตรา 150 ที่แก้ไขใหม่) แม้ต่อมาจะได้มีพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528ยกเลิกกฎหมายข้างต้นแล้วก็ไม่ทำให้สัญญาซึ่งเป็นโมฆะตั้งแต่ต้นกลับสมบูรณ์ขึ้นแต่อย่างใด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าจ้างว่าความเป็นเงิน100,000 บาท แก่โจทก์จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่าเอกสารหมาย จ.1 จำเลยได้ทำมอบให้โจทก์ฝ่ายเดียวซึ่งโจทก์ชอบที่จะรับเอาข้อเสนอแต่เพียงบางส่วนได้การเรียกค่าจ้างในอัตราร้อยละ 10 ของจำนวนทุนทรัพย์ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์ชอบที่จะฟ้องจำเลยเรียกเงินจำนวน 100,000 บาท นี้ได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 988/2507 นั้น เห็นว่า จากคำฟ้องและคำเบิกความของโจทก์ประกอบเอกสารหมาย จ.1 คดีฟังได้ว่า เมื่อจำเลยว่าจ้างให้โจทก์ฟ้องบริษัททิพย์ช้าง จำกัด เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 493/2531ของศาลชั้นต้นนั้นได้มีการตกลงกันว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 10 ปัญหาว่าค่าจ้างว่าความอัตราร้อยละ 10 นั้นโจทก์จำเลยตกลงให้คำนวณจากจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้องหรือคำนวณจากจำนวนเงินที่จำเลยได้รับตามคำพิพากษาดังที่ระบุไว้ในเอกสารหมาย

จ.1โจทก์เบิกความว่า จำเลยตกลงจะให้ค่าจ้างร้อยละ 10 ของจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้อง แต่นายวิชัย สมสวัสดิ์ พยานโจทก์เบิกความว่า เอกสารหมายจ.1 เป็นสัญญาที่จำเลยจ้างโจทก์ให้เป็นทนายความฟ้องบริษัททิพย์ช้าง จำกัด และโจทก์เบิกความว่า โจทก์เป็นผู้ให้จำเลยทำเอกสารหมาย จ.1 เมื่อจำเลยถอนโจทก์ออกจากการเป็นทนายความดังนั้น เอกสารหมาย จ.1 นี้แม้จะทำขึ้นหลังจากโจทก์ว่าความให้จำเลยแล้ว แต่ก็เป็นการทำขึ้นเพื่อให้มีหลักฐานเป็นหนังสือว่าตกลงค่าจ้างกันเป็นจำนวนเงินเท่าใด เอกสารฉบับนี้มิได้เป็นเพียงข้อเสนอของจำเลยดังที่โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์รับจ้างว่าความให้จำเลยโดยตกลงกันว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์อัตราร้อยละ 10 ของจำนวนเงินที่จำเลยได้รับตามคำพิพากษาจึงเป็นสัญญาจ้างว่าความโดยวิธีแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ

อันมีวัตถุประสงค์ขัดต่อพระราชบัญญัติ ทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 41 ประกอบพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2477 มาตรา 12(2) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะตกลงทำสัญญากันจึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 113 เดิม (มาตรา 150 ที่แก้ไขใหม่) แม้ต่อมาจะได้มีพระราชบัญญัติ ทนายความ พ.ศ. 2528 ยกเลิกกฎหมายข้างต้นแล้วก็ไม่ทำให้สัญญาซึ่งเป็นโมฆะแต่ต้นกลับสมบูรณ์ขึ้นแต่อย่างใดดังนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างว่าความจากจำเลยได้คำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างมานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสมอ อินทรศักดิ์ · บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้