Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่างออกตั๋วแลกเงิน โดยจำเลยที่ 4 ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการธนาคารสาขา ลงลายมือชื่อและประทับตราของธนาคารรับรองตั๋วแลกเงินฉบับนั้น เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงลายมือชื่อตนเป็นผู้สั่งจ่ายในนามของตนเอง ไม่ใช่ทำปลอมในนามของบุคคลอื่น หรือเจตนาจะให้เข้าใจว่าเป็นตั๋วแลกเงินของบุคคลอื่นตั๋วแลกเงินฉบับนั้นจึงเป็นตั๋วแลกเงินอันแท้จริงของจำเลยที่ 2 และที่ 3 และทั้งลายมือชื่อผู้รับรองตั๋วแลกเงินก็เป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของจำเลยที่ 4 ซึ่งกระทำไปในฐานะผู้จัดการธนาคาร สาขา ตามอำนาจที่ได้รับมอบหมาย ตราที่ประทับก็เป็นตราที่แท้จริงของธนาคารดังกล่าว แม้จำเลยที่ 4 กระทำเกินกว่าอำนาจที่ระเบียบของธนาคารกำหนดให้ไว้ ก็เป็นเพียงระเบียบภายใน หาทำให้ตั๋วแลกเงินซึ่งจำเลยที่ 4 รับรองนั้น เป็นตั๋วแลกเงินปลอมขึ้นมาไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าคนได้ร่วมกันทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทงต่างกรรมต่างวาระกัน กล่าวคือ (ก) จำเลยที่ 1, 2, 3 และ 4 ร่วมกันปลอมตั๋วแลกเงินโดยให้ จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินในแบบพิมพ์ตั๋วแลกเงินจากองค์การเชื้อเพลิงรวม 29 ฉบับ สั่งจ่ายเงินเป็นเงินทั้งสิ้น 11,899,880 บาท (ข) จำเลยทั้งห้าร่วมกันปลอมตั๋วแลกเงิน โดยให้จำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินในแบบพิมพ์ตั๋วแลกเงินจากองค์การเชื้อเพลิงรวม 6 ฉบับ สั่งจ่ายเป็นเงินทั้งสิ้น 2,890,000 บาท (ค) จำเลยที่ 1, 2, 3 และ 4 ร่วมกันปลอมตั๋วแลกเงิน โดยให้จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินในแบบพิมพ์ตั๋วแลกเงินของบริษัทมงคลสวัสดิ์

จำกัด รวม 14 ฉบับ สั่งจ่ายเงินเป็นเงินทั้งสิ้น 5,110,900 บาท แล้วจำเลยทั้งห้ามีเจตนาทุจริตร่วมกันให้จำเลยที่ 4 ลงลายมือชื่อในตำแหน่งผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาพระโขนงและประทับตราธนาคารในตั๋วแลกเงินทั้ง 49 ฉบับ รับรองการสั่งจ่ายเงินในตั๋วนั้น โดยจำเลยที่ 4 ไม่มีอำนาจโดยเจตนาจะให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นตั๋วแลกเงินอันแท้จริงซึ่งธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาพระโขนง รับรองการสั่งจ่ายเงินโดยถูกต้องสมบูรณ์แล้ว แล้วจำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันนำตั๋วแลกเงินที่ทำปลอมขึ้นนั้นไปใช้ซื้อน้ำมัน วางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการซื้อน้ำมัน และใช้ไปฟ้องโจทก์ต่อศาลแพ่งทำให้เป็นการเสียหายแก่โจทก์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 266, 268, 83, 84 และ 86

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า ตั๋วแลกเงินทั้ง 49 ฉบับมิใช่ตั๋วแลกเงินปลอม การใช้ก็ย่อมไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่างออกตั๋วแลกเงินที่โจทก์ฟ้องโดยลงลายมือชื่อตนเป็นผู้สั่งจ่ายในนามของตนเอง จึงเป็นตั๋วแลกเงินอันแท้จริงของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ใช่ทำปลอมในนามของบุคคลอื่นหรือเจตนาจะให้เข้าใจว่าเป็นตั๋วแลกเงินของบุคคลอื่น ลายมือชื่อผู้รับรองตั๋วแลกเงินก็เป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของจำเลยที่ 4 ซึ่งกระทำไปในฐานะผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาพระโขนง ตามอำนาจซึ่งได้รับมอบหมายจากโจทก์ตราที่ประทับก็เป็นตราที่แท้จริงของธนาคารดังกล่าวการที่มีระเบียบให้จำเลยที่ 4 มีอำนาจรับรองตั๋วแลกเงินได้ไม่เกิน 50,000 บาท เกินกว่านี้ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานใหญ่ก็ดี และการรับรองต้องมีสมุหบัญชีหรือผู้รักษาเงินลงลายมือชื่อร่วมด้วยก็ดี ก็เป็นเพียงระเบียบภายใน หาทำให้ตั๋วแลกเงินซึ่งจำเลยที่ 4 รับรองดังกล่าว เป็นตั๋วแลกเงินปลอมขึ้นมาไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่มีมูลความผิดตามข้อกล่าวหา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถนอม ครูไพศาล · เสถียร ลิมปิษเฐียร · แปลก ศิงฆมานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้