คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับซื้อห้องแถวรายพิพาทไว้ จำเลยเป็นผู้เช่าห้องแถวรายพิพาททำการค้าอยู่เดิมแต่มิได้ทำสัญญาเช่าต่อกันโดยชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน โจทก์ประสงค์จะเข้าอยู่จึงได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไป จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่าได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ และตัดฟ้องว่าโจทก์บอกเลิกการเช่าไม่ถูกต้องตาม ป.พ.พ.ม.๕๖๖
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าการบอกเลิกการเช่าไม่ชอบด้วย ป.พ.พ.ม. ๕๖๖
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าแม้การเช่าจะมิได้ทำสัญญากันไว้เป็นหนังสือโจทก์ก็ต้องบอกเลิกการเช่าตาม ม.๕๖๖ คดีนี้ได้ความว่าโจทก์บอกเลิกการเช่าเมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๔๙๖ และฟ้องขับไล่เมื่อวันที่ + ตุลาคม ๒๔๙๖ ยังถือไม่ได้ว่าได้บอกเลิกการเช่าแล้วก่อนชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อยตาม ม.๕๖๖
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์