Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ตกลงให้จำเลยที่ 2 ปลูกตึกแถวในที่ดินของจำเลยที่ 1 แล้วให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1.โดยจำเลยที่ 1 ยอมให้จำเลยที่ 2 มีสิทธิเรียกเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้มาขอเช่าตึกได้. และจำเลยที่1 จะทำสัญญาเช่าให้มีกำหนดสิบปี. เมื่อโจทก์เข้าทำสัญญากับจำเลยที่ 2 และเสียเงินค่าก่อสร้างตึกให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว. สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2ย่อมเป็นสัญญาต่างตอบแทน ซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จดทะเบียนการเช่าได้ตามสัญญา. (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1135/2506)แม้จำเลยที่ 1 จะไม่เป็นคู่สัญญากับโจทก์.แต่ตามสัญญาระหว่างจำเลยทั้งสอง. จำเลยที่ 1 ยินยอมให้จำเลยที่ 2 ทำสัญญากับโจทก์ได้. การชำระหนี้ที่จำเลยที่1ต้องปฏิบัติตามสัญญากับจำเลยที่ 2 นี้ เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่โจทก์. หรือ นัยหนึ่งโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาระหว่างจำเลยทั้งสอง.ด้วยการที่จำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์เช่าตึกเป็นการตอบแทนตามสิทธิของโจทก์ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 นั้นด้วย. จำเลยที่ 1 จึงต้องจดทะเบียนการเช่าให้โจทก์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ลงทุนก่อสร้างตึกแถวในที่ดินของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทน มีสิทธิเรียกและรับเงินค่าก่อสร้างจากผู้จองการเช่าหรือผู้เช่าตึกนั้นได้โจทก์ที่ 1 ได้ทำสัญญาจองการเช่าตึกเลขที่ 275-277 โดยตกลงค่าจองการเช่าเป็นเงิน 95,000 บาท ชำระแล้ว 88,000 บาท ที่เหลือจะชำระในวันจดทะเบียนการเช่า โจทก์ได้เข้าพักอาศัยในตึกแล้ว โจทก์ที่ 1ยอมให้โจทก์ที่ 2 เข้าทำสัญญาในฐานะผู้เช่ากับจำเลยที่ 1 และได้ร้องขอจดทะเบียนการเช่าต่ออำเภอ แต่แล้วจำเลยที่ 1 กลับไม่ยอมทำสัญญา อ้างว่าจำเลยที่ 2 ไม่ชำระเงินค่ารื้อถอนและค่าเช่าที่ค้างจึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองทำสัญญาและจดทะเบียนการเช่าตึกดังกล่าวให้โจทก์มีกำหนดสิบปี ถ้าไม่อาจทำได้ ให้คืนเงินค่าจองและค่าที่โจทก์ตบแต่งเพิ่มเติมพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเช่าตึก การที่จำเลยที่ 1 ไม่จดทะเบียนการเช่าให้ เป็นเพราะความผิดของจำเลยที่ 2 ที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาฟ้องแย้งขอให้ขับไล่โจทก์ และให้โจทก์ชำระค่าเช่า

โจทก์ให้การปฏิเสธฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนการเช่าตึกพิพาทให้โจทก์มีกำหนดสิบปี หากไม่อาจกระทำได้ ให้จำเลยที่ 2 คืนเงิน88,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่า จำเลยที่ 1 ตกลงให้จำเลยที่ 2ปลูกตึกแถวในที่ดินของจำเลยที่ 1 แล้วให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 ยอมให้จำเลยที่ 2 มีสิทธิเรียกเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้มาขอเช่าตึกแถวได้ แล้วจำเลยที่ 1 จะทำสัญญาเช่าให้มีกำหนดสิบปี โจทก์ได้เสียเงินช่วยค่าก่อสร้างให้จำเลยที่ 2 แล้ว88,000 บาท คงเหลืออีก 7,000 บาท จะชำระในวันจดทะเบียนการเช่า โจทก์ที่ 2 กับจำเลยที่ 1 ได้ไปยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนการเช่ามีกำหนดสิบปีที่อำเภอแล้ว แต่ต่อมาจำเลยที่ 1 กลับใจไม่ยอมจดทะเบียน อ้างว่าจำเลยที่ 2 ยังไม่ชำระเงินค่าเช่าที่ค้าง มีปัญหาว่า โจทก์ที่ 2 จะมีสิทธิบังคับให้จดทะเบียนการเช่าตึกสิบปีได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้เสียเงินค่าก่อสร้างตึกพิพาทแก่จำเลยที่ 2 เพื่อปลูกสร้างอาคารขึ้นบนที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 สัญญากับจำเลยที่ 2 ว่า เมื่อปลูกตึกแล้ว ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 ยอมให้จำเลยที่ 2 มีสิทธิเรียกเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้มาขอเช่าตึกได้เช่นนี้ สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จดทะเบียนการเช่าได้ตามสัญญาดังนัยฎีกาที่ 1135/2506 แม้จำเลยที่ 1 จะไม่เป็นคู่สัญญากับโจทก์ตามข้อตกลงนี้ด้วยก็ตาม แต่ตามสัญญาระหว่างจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1ยินยอมให้จำเลยที่ 2 ทำสัญญากับโจทก์ดังกล่าวข้างต้นได้

การชำระหนี้ที่จำเลยที่ 1 ต้องปฏิบัติตามสัญญากับจำเลยที่ 2 นี้ เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ หรือนัยหนึ่งโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญา ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ด้วยการที่จำเลยที่ 1ยอมให้โจทก์เช่าอาคารเป็นการตอบแทน ตามสิทธิของโจทก์ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 นั้นด้วย จำเลยที่ 1 จึงต้องจดทะเบียนการเช่าให้แก่โจทก์ที่ 2 ตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร หุตะโกวิท · จิตติ ติงศภัทิย์ · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้