Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาที่ว่า การกระทำผิดของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ก็ตาม แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยที่ 2 ก็ยกขึ้นในชั้นฎีกาได้ ความผิดฐานผลิตเพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารผิดมาตรฐาน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(3),60และความผิดฐานผลิตเพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารไม่บริสุทธิ์ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(1),58 เป็นความผิดที่มีองค์ประกอบความผิดและบทลงโทษแตกต่างกัน แต่เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยผลิตเพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารผิดมาตรฐานและอาหารไม่บริสุทธิ์ในวันเดียวกัน และอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่ายก็เป็นอาหารกระป๋องซึ่งภายในบรรจุปลาเกล็ดขาวทอดกรอบอย่างเดียวกันอีกทั้งไม่ปรากฏตามคำฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดทั้งสองข้อหาด้วยเจตนาต่างกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปัญหาว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาเห็นสมควรพิพากษาให้มีผลตลอดไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้ฎีกาด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2533 เวลากลางวันห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานอาหารเชียงเฮง โดยนายสุธรรม ตั้งสัมพันธ์ หุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ 1นายสุธรรม ตั้งสัมพันธ์ ในฐานะส่วนตัวจำเลยที่ 2 เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายจากกระทรวงสาธารณสุข ตามใบอนุญาตที่ ผ.187/2531 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2531 ได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ก. ตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายผิดมาตรฐานโดยจำเลยได้ผลิตอาหารกระป๋องซึ่งบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิทเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ ชนิดฉลากพื้นสีเขียวภายในบรรจุปลาเกล็ดขาวทอดกรอบอาหารดังกล่าวผิดมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 69 (พ.ศ. 2525)

ลงวันที่ 4สิงหาคม 2525 ตามเอกสารท้ายฟ้องซึ่งประกาศดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจำเลยได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว โดยปริมาณตะกั่ว 2.17 มิลลิกรัม ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ตามมาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัมและพบรา 110 ต่ออาหาร 1 กรัมตามมาตราฐานกำหนดไม่เกิน 100 ต่ออาหาร 1 กรัม ซึ่งอาหารดังกล่าวไม่ถูกต้องตามคุณภาพหรือมาตรฐานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด ตามมาตรา 6(2) หรือ (3) แต่ไม่ถึงขนาดดังที่กำหนดไว้ในมาตรา 27(5) ของพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และ ข. ตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์กล่าวคือ จำเลยได้ผลิตอาหารกระป๋องเป็นอาหารควบคุมเฉพาะชนิดฉลากพื้นสีแดงและฉลากพื้นสีเขียวภายในบรรจุปลาเกล็ดขาวทอดกรอบอาหารกระป๋องชนิดฉลากพื้นสีแดงตรวจพบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษC.perfringen/0.1 กรัม

ชนิดฉลากพื้นสีเขียวตรวจพบสารMPN Coliform 23/กรัม (กำหนดไม่เกิน 3/กรัม) พบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ C.perfringen/0.1 กรัม ซึ่งอาหารนี้มีเชื้อโรค และสารMPN Coliform ดังกล่าวเจือปนอยู่ น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพของผู้บริโภค จึงถือได้ว่าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 6, 25(1)(3), 26, 28, 58, 60ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2525) ลงวันที่ 4สิงหาคม 2525 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 6, 25(1)(3), 26, 28, 58, 60 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 69 (พ.ศ. 2525) ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2525ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)

พ.ศ. 2526 มาตรา 4 สำหรับจำเลยที่ 1 ความผิดตามฟ้องข้อ ก. ปรับ 40,000 บาท ความผิดตามฟ้องข้อ ข. ปรับ 20,000 บาท รวมปรับ 60,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 2ความผิดตามฟ้องข้อ ก. ปรับ 40,000 บาท ความผิดตามฟ้องข้อข. จำคุก 8 เดือน รวมจำคุก 8 เดือน ปรับ 40,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน45,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน ปรับ 30,000 บาท เนื่องจากการกระทำผิดของจำเลยนี้กระทบต่อประชาชนเป็นส่วนรวม อาหารที่ผลิตมีเชื้อโรคและเป็นพิษประกอบกับตามรายงานการสืบเสาะ โรงงานไม่เป็นสัดส่วนและอุปกรณ์การผลิตของจำเลยไม่สะอาด กรรมวิธีการผลิตก็ไม่ดีพอ ครอบครัวจำเลยก็ประกอบอาชีพด้านนี้มาตลอด และถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันมาแล้ว แต่จำเลยก็ยังไม่ตระหนักในความรับผิดชอบต่อประชาชน ไม่ปรับปรุงการผลิตให้สะอาดปลอดภัยได้มาตรฐานเมื่อเข้ามาเป็นผู้จัดการโรงงาน โทษจำคุกจึงไม่รอจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ศาลรอการลงโทษจำคุก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ย่อมถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิที่จะฎีกาได้ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยที่ 1 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันซึ่งปัญหานี้แม้ว่าจำเลยที่ 2 จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ก็ตาม แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยที่ 2 จึงยกขึ้นในชั้นฎีกาได้ เห็นว่าแม้ความผิดฐานผลิตเพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารผิดมาตรฐานตามฟ้อง ข้อ

ก. อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(3), 60 และความผิดฐานผลิตเพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารไม่บริสุทธิ์ตามฟ้องข้อ ข. อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(1), 58จะเป็นความผิดที่มีองค์ประกอบความผิดและบทลงโทษแตกต่างกันก็ตามแต่เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยผลิตเพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารผิดมาตรฐานและอาหารไม่บริสุทธิ์ตามฟ้องทั้งสองข้อดังกล่าวในวันเดียวกันและอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่ายก็เป็นอาหารกระป๋องซึ่งภายในบรรจุปลาเกล็ดขาวทอดกรอบอย่างเดียวกัน อีกทั้งไม่ปรากฏตามคำฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องทั้งสองข้อด้วยเจตนาต่างกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามมาตรา 91 ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2ข้อนี้ฟังขึ้น และเห็นว่าปัญหาว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกันนี้ เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาเห็นสมควรพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่มิได้ฎีกาด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 6, 25(1)(3), 26, 28, 58, 60ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 69 (พ.ศ. 2525) ลงวันที่ 4สิงหาคม 2525 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา 25(1), 58 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด สำหรับจำเลยที่ 1 ปรับ 10,000 บาทจำเลยที่ 2 จำคุก 8 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งคงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนัด หมายสวัสดิ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้