Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1743/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยจ้างโจทก์ 2 ระยะ ระยะแรกจนถึงเกษียณอายุคือวันที่ 22 มิถุนายน 2517 ต่อมาจำเลยต่ออายุการทำงานของโจทก์ไปอีก อันเป็นการจ้างระยะที่สองซึ่งมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2517 ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2518 ดังนี้วันทำงานของโจทก์สำหรับระยะการจ้างระยะแรกกับระยะที่สองขาดตอนไม่ต่อเนื่องกัน จึงต้องถือว่าการจ้างระยะที่สองเป็นการจ้างใหม่แม้จะ มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน แต่จำเลยมิได้เลิกจ้าง โจทก์ตามกำหนดระยะเวลานั้น จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ในการจ้างระยะที่สองนี้อีกจำนวนหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 581 ป.พ.พ. มาตรา 582 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยค่าจ้างเดือนละ ๓,๒๒๐ บาท จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ๑๙,๓๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันเลิกจ้างแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์พ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุอันเป็นผลของกฎหมายเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๗ ขณะรับเงินเดือนเดือนละ ๒,๖๔๐ บาท ต่อมาจำเลยอนุมัติให้ต่ออายุการทำงานหลังครบเกษียณอายุไปอีก ๑ ปี ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๗ ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๘ เงินเดือนเดือนละ ๓,๒๒๐ บาท จึงเป็นการจ้างที่ทำขึ้นใหม่และมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๑๙,๓๒๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามคำให้การของจำเลยพอแยกได้ว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ๒ ระยะ ระยะแรกตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๙ จนถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๗ ซึ่งเป็นวันครบเกษียณอายุ ระยะที่ ๒ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๗ ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๘ การพ้นจากตำแหน่งของโจทก์สำหรับการจ้างระยะแรกจำเลยให้การว่า เป็นผลของกฎหมาย ศาลแรงงานกลางฟังว่าเป็นการเลิกจ้าง จำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้จึงฟังเป็นยุติได้ว่าการออกจากงานเพราะเกษียณอายุของโจทก์เป็นการเลิกจ้างซึ่งจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าจำนวนค่าชดเชยตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางสำหรับการจ้างระยะแรกนี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะอัตราค่าจ้างสุดท้ายของโจทก์ก่อนเลิกจ้างเพราะเกษียณอายุคือเดือนละ ๒,๖๔๐ บาท

โจทก์ทำงานเกินกว่าสามปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน คงเป็นค่าชดเชย ๑๕,๘๕๐ บาทส่วนการจ้างระยะที่ ๒ นั้น ตามที่คู่คามรับกันเริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๗ ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๘ ในระหว่างวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๗ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๗ เป็นเวลา ๓ เดือนเศษโจทก์มิได้เป็นลูกจ้างจำเลย ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการจ้างระยะที่ ๒ เป็นการขยายกำหนดระยะเวลาทำงานที่ต่อายุการทำงานออกไปจากสัญญาจ้างฉบับเดิมนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะวันทำงานของโจทก์สำหรับการจ้างระยะแรกกับระยะที่ ๒ ขาดตอนไปแล้ว ไม่ต่อเนื่องกันฉะนั้นจึงต้องถือว่าการจ้างระยะที่ ๒ เป็นการจ้างใหม่แม้จะมีกำหนดระยะการจ้างไว้แน่นอน แต่จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ตามกำหนดระยะเวลานั้น

จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ในการจ้างระยะที่ ๒ นี้อีกจำนวนหนึ่ง กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๖ วรรคสุดท้ายโจทก์ทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวันแต่ไม่ครบหนึ่งปีมีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน ก่อนเลิกจ้างครั้งที่สองโจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ ๓,๒๒๐ บาท ฉะนั้นค่าชดเชยที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่โจทก์ในการเลิกจ้างครั้งที่สองนี้เป็นเงิน ๓,๒๒๐ บาท รวมค่าชดเชยในการเลิกจ้างทั้งสองครั้งเป็นเงิน ๑๙,๐๖๐ บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ๑๙,๐๖๐ บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายพรชัย สมรรถเวชศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 103783)

กรณีที่สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน การเลิกจ้างซึ่งจะถือว่าเป็นการเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลาตามความในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสามซึ่งจะทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่าย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2540

แม้นายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิจะเลิกสัญญาจ้างได้ฝ่ายเดียว โดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องตกลงหรือยินยอมด้วยก็ตาม แต่การเลิกจ้างจะมีผลต่อเมื่อฝ่ายที่ใช้สิทธิเลิกจ้างได้แสดงเจตนาหรือบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ทรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้