Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17411/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจำเลยที่ 1 มีมติให้ก่อสร้างอาคารสำนักงานนิติบุคคลในที่ดินอันเป็นสวนสาธารณะโดยสมาชิกของโครงการหมู่บ้านจัดสรรเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบด้วยก็ตาม แต่ก็มีสมาชิกคัดค้านถึง 25 ราย การก่อสร้างอาคารดังกล่าวนอกจากเป็นการใช้สาธารณูปโภคคนละประเภทยังเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ในการใช้สาธารณูปโภคตามที่ผู้จัดสรรได้จดทะเบียนไว้ ทั้งยังเป็นการขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 44 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 43 วรรคหนึ่ง ที่ระบุให้หน้าที่ของจำเลยที่ 1 ที่ได้รับมอบที่ดินสวนสาธารณะจากผู้จัดสรรที่ดิน จะต้องบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวที่มีอยู่แล้วให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป และยังทำให้สภาพสวนสาธารณะเปลี่ยนแปลงไป พื้นที่สวนสาธารณะต้องลดลง ถือได้ว่าประโยชน์แห่งภาระจำยอมในการใช้สอยที่ดินดังกล่าวลดไปหรือเสื่อมความสะดวก แม้จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกโดยส่วนรวม แต่ทั้งนี้สวนสาธารณะดังกล่าวตกอยู่ในภาระจำยอมของที่ดินทุกแปลงในโครงการ การเปลี่ยนแปลงการใช้สาธารณูปโภคจะทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมของที่ดินบางแปลงลดไปหรือเสื่อมความสะดวกไป ย่อมมิอาจกระทำได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านชวนชื่นลาดพร้าว ครั้งที่ 11/2550 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2550 และครั้งที่ 12/2550 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2550 และให้บังคับจำเลยทั้งสิบสองระงับการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์หรือสำนักงานนิติบุคคลจำเลยที่ 1 ลงบนที่ดินโฉนดเลขที่ 6683 ตำบลลาดพร้าว อำเภอลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร กับให้จำเลยทั้งสิบสองร่วมกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว และปรับสภาพที่ดินให้คืนสู่สภาพเดิมโดยให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 12 เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายหรือให้โจทก์ทั้งสี่รื้อถอนโดยให้จำเลยทั้งสิบสองเสียค่าใช้จ่าย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสิบสอง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 ที่ 11 และที่ 12 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 10 ขาดนัดยื่นคำให้การ

ระหว่างพิจารณา

โจทก์ทั้งสี่ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 10

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำหน่ายคดีโจทก์ทั้งสี่เฉพาะจำเลยที่ 10 ออกจากสารบบความ และโจทก์ที่ 4 ถึงแก่ความตาย ไม่มีผู้ใดเข้าเป็นคู่ความแทน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของโจทก์ที่ 4 ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านชวนชื่นลาดพร้าว ครั้งที่ 11/2550 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2550 และครั้งที่ 12/2550 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2550 ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 ที่ 11 และที่ 12 ร่วมกันรื้อถอนอาคารอเนกประสงค์หรืออาคารสำนักงานบนที่ดินโฉนดเลขที่ 6683 ตำบลลาดพร้าว อำเภอลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร และปรับสภาพที่ดินให้คืนสู่สภาพเดิม โดยให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 ที่ 11 และที่ 12 เป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 ที่ 11 และที่ 12 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 ที่ 11 และที่ 12 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการของจำเลยที่ 1 ครั้งที่ 11/2550 และที่ 12/2550 ดังกล่าวชอบหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 43 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดิน ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ให้ตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร และให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป และจะกระทำการใดอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกมิได้ และตามประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง

เรื่องกำหนดนโยบายจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 (1) และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ข้อ 5.3 บัญญัติว่า ผู้จัดสรรที่ดินต้องกันพื้นที่ไว้เพื่อจัดทำสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ ดังนี้ (1) สวน สนามเด็กเล่นและหรือสนามกีฬาโดยคำนวณจากพื้นที่จัดจำหน่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ดังนั้นบริษัทมั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ผู้จัดสรรที่ดินจึงมีหน้าที่ต้องกันพื้นที่ไว้เพื่อจัดทำสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ และพื้นที่ส่วนที่กันไว้ดังกล่าวให้ตกอยู่ในภาระจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด ซึ่งบริษัทมั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ได้กันที่ดินโฉนดเลขที่ 3425, 6683 และ 6342 ให้เป็นถนนภายในหมู่บ้าน

สวนสาธารณะ และอาคารสำนักงานนิติบุคคล ตามลำดับ โดยได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินระบุไว้โดยชัดแจ้งในสารบัญจดทะเบียนของที่ดินแต่ละแปลงตามสำเนาโฉนดที่ดิน ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวตกอยู่ในภาระจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลงในโครงการทั้งหมด โดยผู้จัดสรรมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าว แต่ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งนิติบุคคลจำเลยที่ 1 หน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายดังกล่าวย่อมตกเป็นของจำเลยที่ 1 จากนั้นคณะกรรมการของจำเลยที่ 1 มีมติให้ย้ายสถานที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานนิติบุคคลจากที่ดินโฉนดเลขที่ 6342 มาก่อสร้างในที่ดินโฉนดเลขที่ 6683 ซึ่งผู้จัดสรรได้กันและจดทะเบียนให้เป็นสวนสาธารณะ

แม้สมาชิกของโครงการหมู่บ้านจัดสรรจะมีมติโดยเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบด้วยก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากภาพถ่ายปรากฏว่าผู้จัดสรรที่ดินได้ดำเนินการจัดทำเป็นสวนสาธารณะในที่ดินดังกล่าวแล้ว โดยปลูกต้นไม้ทั้งต้นไม้เล็กและต้นไม้ใหญ่ สร้างความร่มรื่น การที่คณะกรรมการของจำเลยที่ 1 มีมติให้ก่อสร้างอาคารสำนักงานนิติบุคคลในที่ดินอันเป็นสวนสาธารณะ การก่อสร้างอาคารดังกล่าว นอกจากเป็นการใช้สาธารณูปโภคคนละประเภทยังเป็นขัดต่อวัตถุประสงค์ในการใช้สาธารณูปโภคตามที่ผู้จัดสรรได้จดทะเบียนไว้ ทั้งยังเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 43 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 44 วรรคหนึ่ง (1) ที่ระบุให้หน้าที่ของจำเลยที่ 1 ที่ได้รับมอบที่ดินสวนสาธารณะจากผู้จัดสรรที่ดิน

จะต้องบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวที่มีอยู่แล้วให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป และยังทำให้สภาพสวนสาธารณะเปลี่ยนแปลงไป พื้นที่สวนสาธารณะต้องลดลง ถือได้ว่าประโยชน์แห่งภาระจำยอมในการใช้สอยที่ดินดังกล่าวลดไปหรือเสื่อมความสะดวก แม้จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกโดยส่วนรวม แต่ทั้งนี้สวนสาธารณะดังกล่าวตกอยู่ในภาระจำยอมของที่ดินทุกแปลงในโครงการ การเปลี่ยนแปลงการใช้สาธารณูปโภคจะทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมของที่ดินบางแปลงลดไปหรือเสื่อมความสะดวกไป ย่อมมิอาจกระทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏว่ามีสมาชิกคัดค้านการเปลี่ยนแปลง 25 ราย นอกจากนี้ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในราคาสูงกว่าที่ดินแปลงอื่น

เนื่องจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะ โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ต้องการความร่มรื่นและความสวยงามของธรรมชาติในสวนสาธารณะ ดังนั้น มติที่ประชุมคณะกรรมการของจำเลยที่ 1 ครั้งที่ 11/2550 และครั้งที่ 12/2550 จึงเป็นมติที่มิชอบ และขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9, ที่ 11 และที่ 12 ในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 โดยการร่วมกันรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างในที่ดินโฉนดเลขที่ 6683 และปรับที่ดินให้คืนสู่สภาพเดิม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ · สมยศ เข็มทอง · ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นางสาวธัญญา จูฑะประชากุล
ศาลอุทธรณ์ - นายประทีป เหมือนเตย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.843/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ110/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1509/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้