Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1741/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเสนอราคารับเหมาก่อสร้าง และกำหนดเวลาให้โจทก์สนองรับในใบสืบราคาของโจทก์ ต่อมาได้ลดราคาลงอีกและขยายเวลาตอบสนองรับให้โจทก์ แม้โจทก์ตอบสนองรับก็ยังไม่มีสัญญาต่อกัน โจทก์จึงต้องแจ้งให้จำเลยไปทำสัญญากับโจทก์การที่จำเลยไม่ไปทำหนังสือสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างกับโจทก์จึงไม่เป็นเหตุให้โจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 3,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงซึ่งคู่ความมิได้โต้แย้งกันฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2523 จำเลยได้เสนอราคารับจ้างเหมาก่อสร้างรั้วรอบบริเวณ ประตูและเสาธงของการไฟฟ้าอำเภอมุกดาหารจังหวัดนครพนม ต่อโจทก์เป็นเงิน 87,596 บาท และได้กำหนดระยะเวลาให้โจทก์ตอบสนองรับได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2523ปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ต่อมาจำเลยยอมลดราคาลงอีก596 บาท คงเหลือ 87,000 บา ปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3และจำเลยได้ขยายระยะเวลาให้โจทก์ตอบสนองรับได้จนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2523 ปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 โจทก์ได้สนองรับตกลงจ้างจำเลยก่อสร้างรั้วและประตูดังกล่าว

ภายในกำหนดระยะเวลาที่จำเลยกำหนด ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.ล.1 (อยู่ในสำนวน) และจำเลยรับทราบแล้ว ต่อมาจำเลยได้มีหนังสือลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2523 ขอยกเลิกการทำสัญญารับเหมาตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 และโจทก์ได้มีหนังสือลงวันที่ 3 กันยายน 2523 ยกเลิกสัญญาจ้างเหมาและสงวนสิทธิเรียกค่าเสียหายและมีหนังสือลงวันที่ 16 มกราคม 2524 ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 6 และ 7 ตามลำดับปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 6,000 บาทตามฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อจำเลยเสนอราคารับจ้างเหมาก่อสร้างในใบสืบราคาของโจทก์และโจทก์ตอบสนองรับแล้ว ถือได้ว่าสัญญาสืบราคาระหว่างโจทก์จำเลยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อจำเลยไม่ยอมทำสัญญาและทำการก่อสร้าง จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาสืบราคาคือผิดคำมั่นสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยจึงต้องชำระค่าเสียหายตามฟ้องให้โจทก์

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยได้เสนอราคารับเหมาก่อสร้างรั้วประตูและเสาธงต่อโจทก์และกำหนดเวลาก่อสร้างกับกำหนดเวลาให้โจทก์สนองรับในใบสืบราคาของโจทก์ (เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2) ก็เพื่อให้โจทก์พิจารณาว่าสมควรตกลงจ้างเหมาจำเลยหรือไม่เท่านั้น ต่อมาจำเลยก็ได้แจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ทราบถึงการลดราคาลงอีกและขยายระยะเวลาตอบสนองรับให้โจทก์ จากนั้นโจทก์ตอบสนองรับตกลงว่าจ้างจำเลยรับเหมาก่อสร้างตามเอกสารหมายเลข จ.ล. 1 ซึ่งตามเอกสารหมาย จ.ล.1 มีข้อความว่า "ด่วนมาก แจ้ง ผจก. สหช่างอำเภอมุกดาหารโดยให้นายด่วน เจริญยศ ห้างหุ้นส่วนผู้จัดการถนนสมุทรศักดิ์ดารัตน์ อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม ไปทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างรั้วประตูรอบบริเวณและเสาธง

กฟอ. มห. ที่ กฟฉ.1โดยนำหลักฐานดังต่อไปนี้ไปด้วยคือ ฯลฯ จึงแจ้งมาให้นายด่วนฯ เซ็นรับทราบและจัดทำสัญญาต่อไปโดยด่วน ฯลฯ" แสดงว่าแม้โจทก์จะตอบตกลงสนองรับตามราคาและเงื่อนไขที่จำเลยเสนอแล้วก็ตามก็ยังไม่มีสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างระหว่างโจทก์และจำเลย โจทก์จึงต้องแจ้งให้จำเลยไปทำสัญญาจ้างเหมากับโจทก์ต่อไป กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า "ถ้าได้ตกลงกันว่าสัญญาอันมุ่งจะทำนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือไซร้ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านนับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ทำขึ้นเป็นหนังสือ" กรณีนี้จึงถือได้ว่าโจทก์จำเลยยังมิได้มีสัญญาใด ๆ ต่อกันไม่ว่าจะเป็นสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างหรือสัญญาสืบราคาดังที่โจทก์ฎีกา การที่จำเลยไม่ไปทำหนังสือสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างกับโจทก์จึงไม่เป็นเหตุให้โจทก์เรียกค่าเสียหายตามฟ้องจากจำเลยได้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในผล"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้