Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1741/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งทำสัญญาจะขายที่ดินมีโฉนดไปโดยพลการ สัญญานั้นย่อมไม่ผูกพัน และไม่มีผลให้เจ้าของรวมคนอื่นต้องขายส่วนของตนด้วย จึงไม่เป็นการทำสัญญาและรับเงินแทนเจ้าของรวมคนอื่น ซึ่งไม่มีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งเงินมัดจำ และจำเลยไม่ต้องมอบเงินดังกล่าวแก่เจ้าของรวม การกระทำของจำเลยจึงไม่มีมูลเป็นความผิดฐานยักยอก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาและผู้จัดการมรดกของนายประภัศร์ผู้ตายตามคำสั่งศาล จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินมีโฉนดมีชื่อจำเลย สามีโจทก์และผู้อื่นอีก 2 คน เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ให้กับนายสุภาพในราคา530,000 บาท และจำเลยได้รับเงินมัดจำ 150,000 บาท แต่จำเลยหาได้ส่งมอบเงินส่วนของสามีโจทก์ให้โจทก์ไม่ กลับเบียดบังเอาเงินค่ามัดจำส่วนของสามีโจทก์ 37,500 บาท ไว้เป็นประโยชน์ส่วนตนหรือบุคคลที่สาม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยจะมีมูลเป็นความผิดฐานยักยอกหรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา ตามข้อเท็จจริงนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 4447 ไปโดยพลการ สัญญานั้นย่อมไม่ผูกพันเจ้าของรวมคนอื่น และไม่มีผลให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายประภัศร์เจ้าของรวมคนหนึ่ง และเจ้าของรวมคนอื่นต้องขายที่ดินส่วนของตนด้วยจึงไม่เป็นการทำสัญญาและรับเงินแทนโจทก์และเจ้าของรวมคนอื่น โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งเงินมัดจำนั้น และจำเลยไม่ต้องมอบเงินดังกล่าวแก่โจทก์ การกระทำของจำเลยไม่มีมูลเป็นความผิดฐานยักยอกตามฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สันติ์ ธีรนิติ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้