Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1740/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การวินิจฉัยคดีแพ่งเกี่ยวด้วยเรื่องมรดกอิสลามศาสนิกในศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งศาลชั้นต้นต้องใช้กฎหมายอิสลามและต้องให้คะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามนั้น หากศาลชั้นต้นปฏิบัติไม่ถูกต้อง ศาลสูงก็มีอำนาจยกคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเสียให้ถูกต้องแล้วพิพากษาใหม่ได้ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อกฎหมายอิสลามได้ เพราะถ้ามีคำวินิจฉัยชี้ขาดของคะโต๊ะยุติธรรมในข้อกฎหมายอิสลามมาโดยถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นอันเด็ดขาดในคดีนั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 4 ป.วิ.พ. มาตรา 27 ป.วิ.พ. มาตรา 223

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่านายปิ บิดาโจทก์ถึงแก่กรรม ที่ดินรวม ๒๐ แปลงของนายปิจึงตกได้แก่โจทก์ผู้เป็นบุตรแต่ผู้เดียวตามศาสนาอิสลาม เพราะโจทก์เป็นชายจึงตัดทายาทอื่นหมด โจทก์ตัดไม้ตะเคียนบนคันนาของโจทก์ จำเลยห้ามและร้องอำเภออ้างว่านายปิทำหนังสือยกที่ดินทั้งหมดให้จำเลย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งหมด จำเลยที่ ๑ ? ๒ ต่อสู้ว่า ที่ดินหมายเลข ๑ ? ๖ และ ๑๐ ? ๒๐ เป็นของนายยะโกะบิดาจำเลย นายยะโกะตายตกได้แก่จำเลยตามกฎหมายอิสลาม ส่วนที่ดินหมาย ๗ ? ๘ ? ๙ เป็นของนายปิ ๆ ทำพินัยกรรมแบบ ?วาชียะ? ยกให้จำเลยที่ ๒ แล้ว ส่วนจำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ คู่ความตกลงกะประเด็นนำสืบว่า ๑. ที่ดิน ๑๗ แปลงหมายถึง ๑ ถึง ๖ และ ๑๐ ถึง ๒๐ เป็นสินสมรสของบิดามารดาโจทก์

อันเป็นมรดกตกได้แก่บิดาโจทก์และตัวโจทก์ในเวลาต่อมา หรือว่าเป็นของนายยะโกะบิดาจำเลย ๒. นายปิ บิดาโจทก์มีสิทธิทำพินัยกรรมยกที่ดินแปลง หมาย ๗ ? ๘ ? ๙ ให้จำเลยได้หรือไม่ และได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้จำเลยที่ ๒ จริงหรือไม่ ศาลชั้นต้นฟังวา ที่ดิน ๑๗ แปลงเป็นของนายปิ ตกได้แก่โจทก์และไม่เชื่อว่านายปิได้ทำหนังสือยกให้แก่จำเลยที่ ๒ ทั้งหนังสือก็ไม่ได้ทำให้ถูกแบบ จึงไม่อาจใช้บังคับได้ จึงพิพากษาว่าที่ดินพิพาทตกได้แก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยที่ ๑ ? ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาท ๑๗ แปลงเป็นของนายปิ และจำเลยสืบไม่ได้ว่าพินัยกรรมที่นายปิทำนั้นถูกต้องตามกฎหมาย ที่พิพาททั้งหมดจึงตกได้แก่โจทก์

พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ? ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงประเด็นข้อ ๑ ว่า ที่ดินพิพาท ๑๗ แปลงเป็นของนายยะโกะบิดาจำเลย มิใช่เป็นของนายปิเจ้ามรดก ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าที่พิพาททั้ง ๑๗ แปลงยังเป็นของนายปิบิดาโจทก์เป็นมรดกตกได้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ส่วนประเด็ดข้อ ๒ ฟังว่านายปิได้ทำหนังสือจำหน่ายทรัพย์ของตนเมื่อตายไว้จริงดังที่จำเลยนำสืบ แต่หนังสือนี้เป็นพินัยกรรมหรือไม่ นายปิมีสิทธิทำได้หรือไม่ การวินิจฉัยย่อมเป็นผลให้ทรัพย์มรดกของนายปิตกได้แก่คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนว่าโจทก์จำเลยเป็นอิสลามศาสนิก และเจ้ามรดกก็เป็นอิสลามศาสนิก การวินิจฉัยคดีแพ่งว่าด้วยเรื่องมรดกอิสลามศาสนิกในศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นต้องใช้กฎหมายอิสลาม และต้องให้คะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามในเรื่องนี้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าหนังสือทำไม่ถูกแบบใช้บังคับไม่ได้ โดยมิได้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยมรดกมาบังคับคดี และไม่มีคะโต๊ะยุติธรรมลงชื่อในคำพิพากษาชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามเรื่องพินัยกรรม จึงไมต้องด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี ฯ พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๓-๔ และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยนำสืบไม่ได้ว่าเป็นพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อกฎหมายอิสลามได้ เพราะถ้ามีคำวินิจฉัยขี้ขาดของคะโต๊ะยุติธรรมในข้อกฎหมายอิสลามมาโดยถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นเด็ดขาดในคดีนั้น

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี ฯ พ.ศ. ๒๔๘๙ เท่าที่จำเป็นแก่คดี แล้วพิพากษาใหม่ตามข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาชี้ขาดไว้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปัตตานี - นายชัยประภา นพคุณ
ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2561

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง เมื่อมีการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นพิจารณาได้เอง หรือคู่ความฝ่ายที่เสียหายมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนได้ ส่วนระยะเวลาในการยื่นคำร้อง มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12894/2557

จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาโดยไม่ได้มีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องขออนุญาตโดยตรงต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6227/2553

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายพร้อมคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์และส่งสำเนาคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3563/2551

คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับเรื่องมรดกซึ่งเกิดในจังหวัดปัตตานีและผู้ร้องเป็นอิสลามศาสนิก จึงตกอยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ซ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5144/2550

ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ บัญญัติหลักเกณฑ์ในการอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาว่า ผู้อุทธรณ์จะต้องทำเป็นคำร้องมาพร้อมคำฟ้องอุทธรณ์ เมื่อศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์และส่งสำเนาคำฟ้องอุทธรณ์และสำเนาคำร้องแก่จ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้