Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 เป็นจดหมายที่จำเลยมีถึงโจทก์และจำเลยได้บันทึกไว้ด้านหลังของจดหมายแต่ละฉบับนั้นว่า จำเลยได้รับเงินจำนวนที่ขอยืมในแต่ละฉบับนั้นไว้เป็นการถูกต้องแล้วพร้อมกับลงลายมือชื่อ วันเดือนปีไว้ด้วย เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2จึงเป็นเพียงพยานหลักฐานแห่งการกู้ยืมตาม ป.พ.พ. มาตรา 653อย่างหนึ่งเท่านั้น หาใช่เป็นลักษณะแห่งตราสารการกู้ยืมเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในแต่ละฉบับนั้นโดยตรงอันจะพึงต้องปิดอากรแสตมป์ไม่ศาลจึงรับฟังเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2522 จำเลยได้ยืมเงินโจทก์ 130,000 บาท กำหนดชำระคืนภายใน 2 เดือน ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมาย 1 ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2522 จำเลยยืมเงินโจทก์อีก 50,000 บาท ดังปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ครั้น ครบกำหนดจำเลยไม่ยอมชำระหนี้ โจทก์ได้มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายให้แก่โจทก์ภายในกำหนด 7 วัน แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 255,395.83 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 180,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้รับความยินยอมจากภริยาให้ฟ้องคดี จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

เอกสารที่โจทก์นำมาฟ้องไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืมและไม่ใช่สัญญากู้ทั้งไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์ไม่มีสิทธินำมาใช้เป็นพยานหลักฐาน เอกสารท้ายฟ้องหมาย 1 เป็นจดหมายของจำเลยและมีใบรับเงินด้านหลังด้วยโดยคิดว่า วันรุ่งขึ้นจะได้รับเงินตามจดหมายดังกล่าว แล้วฝากบุคคลภายนอกไป แต่จำเลยไม่ได้รับเงินและไม่ได้จดหมายคืน ส่วนเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 เป็นเรื่องการติดต่อของผู้อื่นในเรื่องเงินผ่านบัญชี มิใช่เป็นเรื่องของโจทก์จำเลย โจทก์ไม่เคยให้จำเลยยืมเงินจำนวนดังกล่าว เหตุที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเนื่องจากโกรธที่ถูกภริยาจำเลยฟ้องเรื่องผิดสัญญา หากฟังว่าเอกสารท้ายฟ้องเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม ก็เป็นหนี้ที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระ

จะต้องบอกกล่าวทวงถามก่อน จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามก่อนฟ้องคดีโจทก์ยังไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 180,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงิน 130,000 บาท นับแต่วันที่ 9 เมษายน 2522 และจากต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันที่13 พฤศจิกายน 2529 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกปัญหาที่ว่า เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยผู้ยืมเป็นสำคัญหรือไม่ขึ้นวินิจฉัยก่อน เห็นว่า แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะกล่าวอ้างเพียงว่า จำเลยยืมเงินโจทก์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2522 และต่อมายืมเงินโจทก์ครั้งที่สองอีกเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2522 ก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้กล่าวอ้างถึงเอกสารที่จำเลยติดต่อขอยืมเงินจากโจทก์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2522 และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 28กุมภาพันธ์ 2522 โดยส่งสำเนาภาพถ่ายเอกสารมาพร้อมกับคำฟ้องอันถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้องในชั้นพิจารณา โจทก์ได้ยื่นบัญชีพยานโดยขอระบุพยานอันดับ 2 และ 3 ว่าหลักฐานการกู้ยืมเงินจำนวน 130,000 บาท ฉบับลงวันที่ 8 และ 9 กุมภาพันธ์ 2522 และหลักฐานการกู้ยืมเงินจำนวน 50,000 บาท ฉบับลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์2522 และลงวันที่ 1 มีนาคม 2522 และส่งอ้างเอกสารดังกล่าวเป็นพยาน ตามเอกสารหมาย

จ.1 และ จ.2 เอกสารทั้งด้านหน้าและด้านหลังของแต่ละฉบับดังกล่าวเป็นเรื่องเดียวต่อเนื่องกัน ถือได้ว่าเป็นเอกสารฉบับเดียวศาลจึงรับฟังข้อความพยานเอกสารหมาย จ.1 และจ.2 ที่ปรากฏอยู่ทั้งหมดในแต่ละฉบับนั้นได้ทั้งตามประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ในข้อ 2 ได้กำหนดไว้ว่าเอกสารท้ายฟ้องหมาย 1และ 2 เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือหรือไม่ซึ่งตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมาย 1 และ 2 แต่ละฉบับก็มีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จึงหาได้เป็นการที่โจทก์นำสืบนอกคำฟ้องและนอกประเด็นดังที่จำเลยฎีกาไม่ จำเลยเบิกความรับว่า เป็นผู้เขียนเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังส่งให้แก่โจทก์ ข้อความตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 มีใจความว่า

จำเลยขอยืมเงินจากโจทก์ และรับว่าได้รับเงินยืมไว้เป็นการถูกต้องแล้วกับจำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ ถือได้ว่าโจทก์มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยผู้ยืมเป็นสำคัญ โจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 ส่วนปัญหาที่ว่า เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรจึงจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้นั้น เห็นว่า เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2เป็นจดหมายที่จำเลยมีถึงโจทก์และจำเลยได้บันทึกไว้เป็นด้านหลังของจดหมายแต่ละฉบับนั้นว่า จำเลยได้รับเงินจำนวนที่ขอยืมในแต่ละฉบับนั้นไว้เป็นการถูกต้องแล้ว พร้อมกับลงลายมือชื่อวันเดือนปีไว้ด้วยเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 ดังกล่าวจึงเป็นเพียงหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 อย่างหนึ่งเท่านั้นหาใช่เป็นลักษณะแห่งตราสารการกู้ยืมเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในแต่ละฉบับนั้นโดยตรง อันจะพึงต้องปิดอากรแสตมป์ไม่ ศาลจึงรับฟังเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน2529 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้