Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สำเนาคำฟ้องฎีกา เมื่อเจ้าพนักงานศาลรายงานว่า สั่งให้จำเลยฎีกาไม่ได้เพราะตัวจำเลยตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฎีกาแถลงมาภายใน 5 วัน โจทก์ทราบคำสั่งแล้วครบกำหนด 5 วันไม่แถลงให้ศาลทราบย่อมถือได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้องฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ได้ คู่ความตกลงท้ากันให้พนักงานที่ดินอำเภอและปลัดอำเภอคนใดคนหนึ่งแล้วแต่นายอำเภอจะกำหนดตัวพากันไปดูที่พิพาทร่วมกับคู่ความ เพื่อต้องการทราบว่าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 2 หรือหมู่ที่ 3 ตำบลสำโรงชัย แล้วรายงานมายังศาล ถ้าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 3 ให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะถ้าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 2 ให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชนะ เมื่อปรากฏว่าเสมียนพนักงานที่ดินกับปลัดอำเภอไปดูที่พิพาทแทนตัวพนักงานที่ดินจึงไม่ตรงกับความประสงค์ของคู่ความที่ท้ากัน ถือได้ว่ายังไม่มีการปฏิบัติโดยถูกต้องตามคำท้า ศาลจะพิพากษาให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะคดียังไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินนาของโจทก์ที่จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปทำนาและขับไล่ผู้เช่าของโจทก์และห้ามเกี่ยวข้องจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยไม่เคยขับไล่ผู้เช่านาของโจทก์ไม่ได้ขัดขวางการครอบครองที่ดินของโจทก์ จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดินเลขที่ 9 หมู่ 2 ตำบลสำโรงชัย อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ 18 ไร่ มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยทำนาในวันชี้สองสถาน คู่ความต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยาน โดยตกลงท้ากันให้ที่ดินอำเภอไพศาลี และปลัดอำเภอไพศาลีคนใดคนหนึ่งแล้วแต่นายอำเภอไพศาลีจะกำหนดตัวพากันไปดูที่พิพาทร่วมกับคู่ความเพื่อต้องการทราบว่าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 2 หรือหมู่ที่ 3 ตำบลสำโรงชัย แล้วรายงานมายังศาล

ถ้าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 3 ให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะ ถ้าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 2 ให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชนะต่อมานายอำเภอไพศาลีได้รายงานมายังศาลว่า ได้สั่งให้นายวชิระ เมรีกุล ซึ่งเป็นปลัดอำเภอและนายวิศิษย์ เหมพยัฆภูมิ เสมียนพนักงานที่ดินอำเภอไพศาลี ไปดูที่พิพาทแทนนายรังษี สิทธิบุศย์ พนักงานที่ดินอำเภอซึ่งไปราชการท้องที่ และเจ้าพนักงานทั้งสองได้ไปดูที่พิพาทตามที่คู่ความนำชี้แนวเขตแล้วลงความเห็นว่า พอจะพิจารณาได้ว่าที่พิพาทตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลสำโรงชัย อำเภอไพศาลี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า รายงานของเจ้าพนักงานที่คู่ความตกลงให้ไปดูที่พิพาทสมตามคำท้าของโจทก์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่นายวิศิษย์ เหมพยัฆภูมิ เสมียนพนักงานที่ดินอำเภอไพศาลีได้ไปดูที่พิพาทแทนพนักงานที่ดินอำเภอไพศาลี ไม่ตรงตามคำท้าของคู่ความยังฟังเป็นยุติตามคำท้าไม่ได้ จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้ตรงตามคำท้าของคู่ความต่อไปแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่โจทก์ฎีกา ปรากฏว่าส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ 1 ไม่ได้เจ้าพนักงานศาลรายงานว่าทราบจากคนใกล้เคียงกับบ้านจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 ถูกยิงตายเสียแล้ว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แถลงมาภายใน 5 วัน โจทก์ทราบคำสั่งแล้วครั้นครบกำหนด 5 วัน โจทก์ไม่แถลงให้ศาลทราบ จึงถือได้ว่า โจทก์ทิ้งฟ้องฎีกาสำหรับจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 เสียจากสารบบความของศาลฎีกา คงพิจารณาต่อไปเฉพาะจำเลยที่ 2ศาลฎีกาเห็นว่า อุปนิสัย ความซื่อสัตย์สุจริต และคุณสมบัติอื่นของบุคคลที่คู่ความท้ากันให้กระทำการอย่างใด ๆ เพื่อถือเอาเป็นข้อแพ้ชนะของคดีนั้น ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเพราะเกี่ยวแก่ความไว้วางใจในเกียรติและคุณสมบัติของบุคคลนั้นเป็นการเฉพาะตัว เมื่อคู่ความท้ากันให้ปลัดอำเภอร่วมกับพนักงานที่ดินอำเภอไปดูที่พิพาท แต่เมื่อปรากฏว่าปลัดอำเภอร่วมกับเสมียนพนักงานที่ดินไปดูที่พิพาทแทนตัวพนักงานที่ดิน จึงไม่ตรงตามความประสงค์ของคู่ความที่ท้ากัน ถือได้ว่ายังไม่มีการปฏิบัติโดยถูกต้องสมบูรณ์ตามคำท้า ศาลจะพิพากษาให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะคดียังไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · ประสาท สุคนธมาน · บัญญัติ สุขารมณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้