Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลต้องพิจารณาฟ้องแย้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรค 3-4 คือ เป็นแต่เพียงตรวจคำคู่วามว่าจะรับฟ้องแย้งหรือไม่ ถ้าเห็นว่าเกี่ยวกับฟ้องเดิมก็ต้องรับไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เมื่อศาลชั้นต้นด่วนวินิจฉัยยกฟ้องแย้งเสีย และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาจึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และสั่งให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะในประเด็นที่ศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้องแย้งของจำเลย และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฟ้องโจทก์มีใจความว่า นายไช่หงำ เช่าตึกพิพาทของโจทก์แล้วให้จำเลยเช่าช่วง ครั้นสัญญาหมดอายุโจทก์ให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าใหม่ และ ชำระค่าเช่าให้กันโดยตรง จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย

จำเลยให้การต่อสู้และฟ้องแย้งว่า โจทก์มีหนังสือให้จำเลยไปทำสัญญาเช่า จำเลยก็ได้ตอบยืนยันขอทำสัญญาเช่าไปยังโจทก์ แต่ในที่สุดโจทก์ไม่ยอมทำสัญญาเช่า จึงขอให้ศาลบังคับโจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทให้จำเลยเป็นผู้เช่ามีกำหนด ๓ ปี ศาลชั้นต้นสั่งว่า "รับคำให้การจำเลย ส่วนฟ้องแย้งเห็นว่า หนังสือโต้ตอบระหว่างโจทก์จำเลยไม่ใช่คำเสนอคำสนองอันก่อให้เกิดสัญญา จะบังคับคดีในลักษณะสัญญาเช่าไม่ได้ ให้ยกฟ้องแย้งเสีย และนัดชี้"

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า หนังสือโต้ตอบระหว่างโจทก์จำเลย เป็นคำเสนอสนองโดยชอบก่อให้เกิดความผูกพันเป็นสัญญาเช่าตามกฎหมาย ขอให้ศาลฎีกาสั่งศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งของจำเลยด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลจะต้องพิจารณาฟ้องแย้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๗ วรรค ๓-๔ ในชั้นนี้ เป็นแต่เพียงตรวจคำคู่ความว่า จะรับฟ้องแย้งหรือไม่ เมื่อเห็นว่าฟ้องแย้งเกี่ยวกับฟ้องเดิม ก็ต้องรับไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ยังไม่ต้องพิจารณาไปถึงว่าตามฟ้องแย้งจำเลยจะแพ้หรือชนะ คดีนี้ตามเอกสารที่โต้เถียงกันจะเป็นคำเสนอคำสนองเป็นสัญญาผูกพันกันตามกฎหมายหรือไม่นั้น ยังไม่ชัดแจ้งพอที่จะด่วนวินิจฉัยยกฟ้องเสีย ควรให้โอกาสอีกฝ่ายหนึ่งแก้คำฟ้องแย้งเสียก่อน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ชวน สิงหลกะ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเสลา หัมพานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้