Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1731/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในขณะที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ลูกจ้างกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 123(1) ถึง (5)โจทก์เลิกจ้างจำเลยเพราะหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน โดยนำเอาสาเหตุการลาป่วย ลากิจ และการมาทำงานสายของจำเลยมาเป็น เกณฑ์ในการประเมิน ซึ่งไม่เกี่ยวกับการกระทำอย่างใดอย่าง ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 123(1) ถึง (5) แม้ตามข้อบังคับของโจทก์กำหนดให้โจทก์มีอำนาจนำเอาผลการประเมินมาประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง โยกย้าย เลิกจ้าง และการพิจารณาปรับปรุงค่าจ้างหรือเงินเดือนด้วย โจทก์อาจจะ โยกย้ายหรือไม่ปรับปรุงค่าจ้างหรือเงินเดือนให้จำเลยได้ แต่โจทก์ก็ไม่อาจเลิกจ้างจำเลยเพราะจำเลยเป็นลูกจ้างที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 123 การเลิกจ้างของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำสั่งที่ 6/2533 ลงวันที่ 23 มกราคม 2533 ของจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 13 และพิพากษาว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 14 โดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 13 ให้การว่า คำสั่งเลิกจ้างจำเลยที่ 14 ของโจทก์ขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 มาตรา 123 เพราะการเลิกจ้างจำเลยที่ 14ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 13 สั่งให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายตามคำสั่งที่ 6/2533 ลงวันที่ 23 มกราคม 2533 ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 14 ให้การว่า การที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 14เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 13มีคำสั่งให้โจทก์ชำระค่าเสียหาย จึงชอบแล้วขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วปรากฎข้อเท็จจริงว่าโจทก์มีคำสั่งเลิกจ้างจำเลยที่ 14 เพราะหย่อนสมรรถภาพในการทำงานตามหนังสือเลิกจ้างเอกสารหมาย จ.24โดยโจทก์อ้างประกาศที่ ป.12/2532 เรื่อง การประเมินผลงานเอกสารหมาย จ.10 ทำการประเมินผลงานของจำเลยที่ 14 ได้ผลว่าจำเลยที่ 14 ไม่มีสมรรถภาพในการทำงานจึงมีคำสั่งเลิกจ้างจำเลยที่ 14 ในขณะที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ และจำเลยที่ 14 เป็นลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง การเลิกจ้างจะเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือไม่จะต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518มาตรา 123 ซึ่งห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ

เว้นแต่ลูกจ้างกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 123(1) ถึง (5) โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 14เพราะหย่อนสมรรถภาพในการทำงานโดยนำเอาเหตุจากการลาป่วยลากิจและการมาทำงานสายของจำเลยที่ 14 มาเป็นเกณฑ์ในการประเมิน ซึ่งไม่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(1) ถึง (5)แม้ตามข้อบังคับของโจทก์เอกสารหมาย จ.6 ก.บทที่ 2 ข้อ 3 กำหนดให้โจทก์มีอำนาจนำผลการประเมินมาประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง โยกย้าย เลิกจ้างและการพิจารณาปรับปรุงค่าจ้างหรือเงินเดือนด้วย โจทก์จึงอาจจะโยกย้ายหรือไม่ปรับปรุงค่าจ้างหรือเงินเดือนให้จำเลยที่ 14 ได้ แต่โจทก์ไม่อาจเลิกจ้างจำเลยที่ 14 เพราะจำเลยที่ 14 เป็นลูกจ้างที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. 2518มาตรา 123 การหย่อนสมรรถภาพในการทำงานไม่ใช่ความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งตาม มาตรา 123(1) ถึง (5) การเลิกจ้างของโจทก์จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในข้อต่อไปว่า โจทก์ได้ประเมินผลงานจำเลยที่ 14 โดยถูกต้องและเป็นธรรมหรือไม่ และโจทก์ได้โยกย้ายจำเลยที่ 14 ไปทำงานที่เหมาะสมก่อนมีการเลิกจ้างหรือไม่ ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าจำเลยที่ 14 ลากิจ ลาป่วยและมาทำงานสายบ่อยครั้ง เป็นการจงใจทำให้โจทก์เสียหาย และก่อนเลิกจ้างโจทก์ได้มีหนังสือตักเตือนจำเลยที่ 14 ให้ปรับปรุงตัวแต่จำเลยที่ 14 ไม่สามารถทำได้จึงเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือนตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518มาตรา 123(2)(3) ตามลำดับนั้น เห็นว่า โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 14ด้วยสาเหตุหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน ไม่ใช่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(2)(3)โจทก์จะกล่าวอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างตามมาตราดังกล่าวมาเป็นข้อต่อสู้หาได้ไม่ เพราะไม่ตรงกับสาเหตุที่เลิกจ้าง ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5712/2561

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123 บัญญัติห้ามไม่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ลูกจ้างกระทำความผิดต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15347/2558

แม้ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์จะมิได้ร่วมลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อภายหลังจากฝ่ายลูกจ้างแจ้งข้อเรียกร้อง ฝ่ายโจทก์กับฝ่ายลูกจ้างมีการเจรจากันตามกฎหมายแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2557

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 ไม่ได้บัญญัติให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมต้องใช้เหตุเลิกจ้างเฉพาะที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น จะยกเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้