Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1731/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 143 ให้อำนาจศาลเพิ่มเติม แก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงในคำพิพากษาหรือคำสั่งเท่านั้นมิได้ให้อำนาจศาลกระทำเช่นนั้นในสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว คำขอของคู่ความในชั้นฎีกาในเรื่องที่มิได้กล่าวอ้างมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยบังคับให้ไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ โจทก์จำเลยและผู้ร้องสอดซึ่งเป็นทายาทของนายต่วนผู้ตายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล เกี่ยวกับทรัพย์มรดกที่พิพาทกัน สัญญายอมได้กล่าวรายละเอียดไว้ว่า ทรัพย์สินอย่างใดตกได้แก่ฝ่ายใด ต่อมาจำเลยที่ ๑ ร้องขึ้นว่าห้องแถวไม้สองชั้นจำนวน ๑๐ ห้องที่แบ่งให้กับจำเลยที่ ๒ และบุตรตามสัญญายอมนั้น จำเลยที่ ๒ และบุตรยังมิได้รื้อถอนเอาไปจากที่ดินที่ตั้งอยู่ ซึ่งที่ดินนั้นตกได้แก่จำเลยที่ ๑ และบุตรขอให้ศาลเรียกจำเลยที่ ๒ มาสอบถามและบังคับให้รื้อถอนเอาออกไปจากที่ดิน จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องต่อศาลว่าสัญญาประนีประนอมยอมความในสำนวนของศาลนั้นผู้พิมพ์ได้พิมพ์ข้อความตกถ้อยคำว่า "ที่ดินกับ"ไปจากต้นร่างเดิมในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้แก่จำเลยที่ ๒ ซึ่งคราวตกลงทำสัญญายอมความต่อหน้าศาลทุกฝ่ายได้เสนอร่างบัญชีทรัพย์สินที่ตกลงร่วมกันเสนอต่อศาลไว้ แล้วจึงพิมพ์สัญญาดังกล่าวขึ้นตามร่างนั้นขอให้ศาลมีคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมข้อผิดพลาดดังกล่าวในสัญญายอมความจากข้อความที่ว่า

"ห้องแถวไม้ ๒ ชั้น จำนวน ๖ ห้อง ฯลฯ นางเยียกเกียงรับว่าแบ่งโฉนดให้ และต้องแถวไม้ ๒ ชั้น จำนวน ๑๐ ห้องอยู่ทิศใต้ ฯลฯ" เป็นว่า ห้องแถวไม้ ๒ ชั้นจำนวน ๖ ห้อง ฯลฯ นางเยียกเกียงรับว่าแบ่งโฉนดให้ และที่ดินกับห้องแถวไม้ ๒ ชั้นจำนวน ๑๐ ห้องอยู่ทางทิศใต้ฯลฯ" โดยขอให้ศาลสั่งแก้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๓ จำเลยที่ ๑ คัดค้านว่า มิได้มีการพิมพ์ผิดพลาดหรือตกหล่นจากร่างเดิม ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีนี้มิใช่เป็นเรื่องคำพิพากษามีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย อันศาลมีอำนาจแก้ไขได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง (จำเลยที่ ๒)

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ ๒ ที่ขอให้ศาลแก้ไขเพิ่มเติมข้อความที่ตกหล่นอย่างหนึ่งอย่างใดลงไปในหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความอันศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้วนั้น ตามบทกฎหมายที่จำเลยที่ ๒อ้าง คือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ นั้น เป็นแต่ให้อำนาจศาลอาจทำได้สำหรับในคำพิพากษาเท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจทำได้สำหรับในกรณีอื่นดังเช่นที่ผิดพลาดในสัญญาประนีประนอมยอมความนี้ด้วยและสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่จำเลยที่ ๒ ขอให้แก้นี้ ก็ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของตัวคำพิพากษาตามยอม จึงไม่มีปัญหาที่จะชี้ว่าข้อที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นข้อที่ผิดพลาดหรือผิดหลง หากแต่เป็นเรื่องที่จำเลยที่ ๒จะร้องขอให้บังคับคดีโดยแปลว่าสัญญายอมความในส่วนนั้นได้มุ่งหมายถึงอะไรด้วย แล้วบังคับคดีไปตามนั้นเพราะคำพิพากษาตามยอมเป็นเรื่องบังคับไปตามสัญญายอมที่แท้จริงได้ และในขณะนี้ก็ไม่มีประเด็นที่ว่ากันมาตั้งแต่ต้นว่าสัญญายอมความที่แท้จริงอันได้เอามาพิมพ์ลงไว้อย่างนั้นควรจะหมายความว่าอย่างไร ฉะนั้น การที่จำเลยที่ ๒ กล่าวมาในฎีกา ขอให้ศาลฎีกาบังคับแบ่งที่ดินให้ด้วย จึงยังวินิจฉัยบังคับให้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องที่ว่ากล่าวกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม ทัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายธรรมสถิตย์ ธีรกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้