Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การทำถนนคอนกรีตบนทางภารจำยอมไม่เป็นการเพิ่มภารจำยอม (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 33/2503) ่จดทะเบียนภารจำยอมว่าเป็นทางเดิน ของผู้ที่อยู่ในโฉนดซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของ แต่แล้วใช้ทางนี้เป็นทางรถด้วยก็ดี หรือมีคนอื่นซึ่งอยู่ในที่ดินโฉนดของจำเลยได้ใช้เป็นทางเดินด้วยก็ดี ก็ยังไม่เป็นการเพิ่มภารจำยอม เมื่อการจดทะเบียนภารจำยอมยังคงอยู่แม้ผู้ใช้ทางนั้น จะอ้างว่าเป็นทางสาธารณก็ไม่ถือว่าสละสิทธิภารจำยอม (ย่อ ก.ม. มาตรา 140 แห่ง ป.วิ.พ. อยู่ตอนท้าย)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ ถึง ที่ ๖ และผู้อื่นไปร้องต่อเทศบาลจำเลยที่ ๑ ให้สร้างถนนคอนกรีตบนทางภารจำยอมอันเป็นที่โจทก์ทำเป็นทางรถ ให้คนอื่นซึ่งไม่มีสิทธิมาใช้ร่วม อ้างเป็นทางสาธารณะเป็นการเพิ่มภารจำยอม ทำให้เสียหายแก่ที่ดิน และเป็นการสละสิทธิภารจำยอม ส่วนจำเลยที่ ๓ ได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้เดิน กลับแสดงตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์ ๆ จึงไม่อนุญาตให้เดินต่อไป ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่รายนี้ไม่ใช่ทางสาธารณ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ให้ถอนทะเบียนภารจำยอม ให้ใช้ค่าเสียหาย ให้รื้อถนนคอนกรีตออก ถ้าไม่รื้อ ให้ใช้เงินสำหรับที่โจทก์จะรื้อเอง เทศบาลจำเลยที่ ๑ ให้การว่า การทำถนนคอนกรีตดังกล่าวไม่เป็นการเสียหายแก่โจทก์ และไม่เป็นการเพิ่มภารจำยอม

ทั้งเดิมทางนี้นอกจากเป็นทางเดิน ก็ยังเป็นทางรถเข้าออกอยู่แล้ว จำเลยที่ ๒, ๔, ๕, ๖ ให้การว่า ตนเป็นเข้าของสามยทรัพย์ มีสิทธิทำทางเป็นถนนคอนกรีตได้ โจทก์ไม่มีสิทธิรื้อ การจดทะเบียนภารจำยอม ไม่ได้จดเป็นทางเท้าหรือมีข้อห้ามไม่ให้ใช้เป็นทางรถ ทิ้งไว้เป็นทางกว้าง ๒ วา ย่อมเป็นทางรถ แม้จะได้เคยอ้างว่าเป็นทางสาธารณะ ก็ไม่เป็นเหตุให้ถือว่าภาระจำยอมหมดประโยชน์จำเลยที่ ๓ ให้การว่า มิได้ใช้ทางนี้โดยได้รับอนุญาตจากโจทก์ แต่ที่ดินของจำเลยที่ ๓ ตกอยู่ในที่ล้อม ไม่มีทางอื่นออก ย่อมมีสิทธิออกได้ และจำเลยที่ ๓ ได้ใช้เป็นทางปรปักษ์มาเกิน ๑๐ ปี จำเลยทุกคนว่า การกระทำของจำเลยทุกคนไม่เป็นละเมิด โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย วันชี้สองสถาน

จำเลยแถลงว่า ได้ทำถนนคอนกรีตลงบนที่ของโจทก์แต่การกระทำเช่นนี้ จะเป็นการเสียหายหรือไม่ ขอให้ศาลวินิจฉัย โจทก์แถลงว่า พอใจที่จำเลยรับค่าเสียหายขอให้ศาลพิจารณาตามสมควรและว่า โจทก์ไม่มีที่ดินอยู่นอกจากที่ซึ่งเป็นทางพิพาทรายนี้ โจทก์จะขอสืบพยานว่า เมื่อจดทะเบียนแล้ว จำเลยที่ ๒, ๔, ๕, ๖ ได้ปลูกบ้านให้เช่าและให้ผู้เช่าใช้เดินทางนี้ สภาพของที่ดินที่ภารยทรัพย์และสามยทรัพย์เป็นอย่างไร เมื่อก่อนและหลังจดภารจำยอมแล้ว นอกนั้นไม่สืบ จำเลยแถลงว่า ขอสืบแก้ข้อที่โจทก์จะสืบเท่านั้น ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน วินิจฉัยว่า ที่ทั้งหมดตกอยู่ในภาระจำยอมอันยัง โจทก์จะเอาไปทำประโยชน์อะไรก็ไม่ได้ การที่จำเลยทำเป็นถนนคอนกรีตใช้ทางเพิ่มขึ้น จำเลยบางคนเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ย่อมมีสิทธิจัดการภารจำยอมของเขาได้ตามสมควร ไม่เป็นละเมิด การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงไม่เป็นละเมิดด้วย พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ยังมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ อยู่ข้อหนึ่งว่า มีสิทธิใช้ทางพิพาทนี้อย่างไร พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลพิจารณาประเด็นดังกล่าวระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๓ แล้ว พิพากษาใหม่ โจทก์และจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ตามฟ้องว่า จำเลยสร้างถนนคอนกรีตบนทางทำให้เป็นทางรถให้คนอื่นซึ่งไม่มีสิทธิมาใช้ร่วม อ้างเป็นสาธารณภารจำยอม ปัญหาว่า การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นการเพิ่มภารจำยอมแก่ที่ดินหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ที่พิพาททั้งแปลงกว้าง ๒ วา ที่ได้จดทะเบียนภารจำยอมเป็นทางเดินของผู้ที่อยู่ในที่ดินโฉนดที่ ๔๑๒๖ ซึ่งจำเลยที่ ๒, ๔, ๕, ๖ เป็นเจ้าของการทำทางนี้เป็นถนนคอนกรีตทำให้ทางเดินสะดวกขึ้นตามความเจริญของบ้านเมือง

โจทก์ไม่มีที่ดินติดนี้แล้วไม่มีทางกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ของโจทก์ จึงไม่เป็นการยอม ข้อที่ใช้ทางเป็นทางรถก็ดี การที่คนอื่นซึ่งอยู่ในที่ดินโฉนดดังกล่าวของทางเดินด้วยก็ดี ก็ไม่เป็นการเพิ่มภาระจำยอมเช่นเดียวกัน เพราะตามที่ไม่ได้จำกัดว่ารถเดินไม่ได้ คนอื่นเดินไม่ได้แต่อย่างใดเลย ส่วนที่โจทก์กล่าวว่า จำเลยอ้างว่าเป็นทางสาธารณะ เป็นการสละสิทธินั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่เป็นการสละสิทธิภารจำยอม เพราะการจดจำยอมยังคงอยู่ มิได้เลิกไป ก็เป็นแต่การกระทำของจำเลยโดยไม่สมควรอยู่บ้างเท่านั้น ไม่มีกฎหมายบังคับว่า ในกรณีเช่นนี้ จะต้องมีการบอก สำหรับจำเลยที่ ๓ คดีฟังได้ตามเอกสารท้ายฟ้องประกอบโฉนดว่า ที่ดินของจำเลยที่ ๓ ตกอยู่ในที่ล้อม ไม่มีทางออกนอกจากทางพิพาท และจำเลยที่ ๓ ได้ใช้เดินมาเกิน ๑๐ ปี สมข้อต่อสู้ของจำเลย โจทก์มิได้ขอนำสืบหักล้าง เอกสารดังกล่าว และมิได้ขอนำสืบว่า โจทก์ได้อนุญาตให้จำเลยที่ ๓ ใช้ทางเดินดังที่บรรยายในฟ้อง ตามรูปคดี จะห้ามจำเลยที่ ๓ ไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทและให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์มิได้ ศาลฎีกาพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัยบัณฑิต · สุทธิวาทนฤพุฒิ · พิทักษ์มนูศาสตร์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประเทือง ชลายน
ศาลอุทธรณ์ - นายสนาม นิลกำแหง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4345/2536

โฉนดที่ดิน มีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ย่อมสันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 การที่จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2079/2563

จำเลยเจ้าของภารยทรัพย์มีความผูกพันต้องยอมรับกรรมหรืองดใช้สิทธิบางอย่างในที่ดินของตนเองส่วนที่จดทะเบียนเป็นทางเดินและทางรถยนต์แก่โจทก์ จำเลยไม่อาจประกอบกรรมใด ๆ อันจะเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2559

จำเลยซื้อที่ดินจากโจทก์ทั้งสาม โดยทำข้อตกลงว่ากรณีจำเลยสามารถหาทางออกสู่ถนนสาธารณะได้ จำเลยจะให้ทางออกแก่ที่ดินอีกแปลงหนึ่งของโจทก์ทั้งสาม เฉพาะแก่โจทก์ทั้งสาม 3 ครอบครัว เป็นทางกว้าง 3 เมตร ข้อตกลงดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4050/2545

โจทก์ทั้งยี่สิบห้าเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ในศูนย์การค้าซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดสรรขาย ภายในศูนย์การค้ามีถนนรวม 6 สาย ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคที่จำเลยที่ 1 จัดทำขึ้น และเป็นภาระจำยอมเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2519

ศาลพิพากษาให้จำเลยเปิดทางภารจำยอมให้มีความกว้าง 3 เมตร ตลอดแนวทาง และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางรุกล้ำทางภารจำยอมดังกล่าว และปรับที่ดินให้มีสภาพเป็นทางสัญจรไปมาตามปกติ จำเลยรื้อถอนตึกแถวที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้