Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1728/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 116 วรรคสาม จะบัญญัติไว้ว่า "ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ให้คณะกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ" อันมีลักษณะเป็นสภาพบังคับให้คณะกรรมการดำเนินการฯ ต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกร้องขอก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่อำนาจของกรรมการดำเนินการคนหนึ่งคนใดหรือหลายคนที่จะเรียกประชุมได้โดยลำพัง เมื่อคณะกรรมการดำเนินการฯ ได้รับหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญก็ชอบที่เรียกประชุมคณะกรรมการดำเนินการฯ เพื่อพิจารณากันเสียก่อน และมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการฯ จะต้องถือเอาเสียงข้างมากเป็นการกระทำของคณะกรรมการดำเนินการฯ นั้น ตามระเบียบสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยว่าด้วย การเลือกตั้ง การประชุม และการดำเนินกิจการของคณะกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2542 ข้อ 78 เมื่อผู้แทนของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกของโจทก์ที่ 1 จำนวน 56 คน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของผู้แทนของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกทั้งหมด 400 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการดำเนินการฯ ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 9 มกราคม 2544 การที่ ช. กรรมการดำเนินการกำหนดนัดประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกโจทก์ที่ 1 ร้องขอ โดยไม่ปรากฏว่ามีการเรียกประชุมคณะกรรมการดำเนินการฯ เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวก่อนมีมติให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญแต่อย่างใด ดังนั้น การเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ การประชุมและการลงมติในที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2544 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2544 จึงเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมติที่กำหนดนัดวันประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2/2544 ในวันที่ 22 มกราคม 2544 ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ถือว่าการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2/2544 เป็นการประชุมที่ไม่มีการเรียกนัดประชุมไว้ก่อน การประชุมและการมีมติในที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2544 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 116

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ในวันที่ 9 มกราคม 2544 และวันที่ 22 มกราคม 2544 มีคำสั่งว่าจำเลยทั้งเก้าเป็นคณะกรรมการดำเนินการฯ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใด ๆ ที่จัดประชุมโดยคณะกรรมการดำเนินการฯ เสียงข้างน้อยของนายเชื้อชาย นายสันติภาพ นายสมคิด และจำเลยทั้งเก้า รวมทั้งเพิกถอนคำสั่งใด ๆ ของบุคคลดังกล่าวที่สั่งไม่ชอบในกิจการของโจทก์ที่ 1 ทั้งสิ้น

ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 4 ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ถึงที่ 9 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 และที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเก้าไม่มีสภาพเป็นกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ชุดที่ 19 ซึ่งได้เลือกตั้งโดยที่ประชุมใหญ่วิสามัญสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2544 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2544 และให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2/2544 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2544 เสียทั้งสิ้น กับให้จำเลยทั้งเก้าใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งเก้าอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งเก้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจการสหกรณ์ทุกประเภททั่วราชอาณาจักรให้มีความเจริญก้าวหน้าอันมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกันการดำเนินงานของโจทก์ที่ 1 กระทำโดยคณะกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำนวนไม่เกิน 15 คน คณะกรรมการดำเนินการฯ ชุดที่ 18 ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ของโจทก์ที่ 1 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2542 ประกอบด้วย โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 นายบัว นายสันติภาพ นายอัคราดร นายสมคิด นายวัฒนศักดิ์ นายสุนทร นายเชื้อชาย นายอดุลย์ นายสุรัตน์ นายพิพัฒน์ นางสาวศศิมาศ และนายสวัสดิ์

เดิมมีนายบัวเป็นประธานกรรมการดำเนินการ โจทก์ที่ 2 นายเชื้อชายและนายอัคราดรเป็นรองประธานกรรมการดำเนินการ นายอัศนีย์ เป็นผู้อำนวยการและเลขานุการคณะกรรมการดำเนินการฯ ต่อมานายบัวถึงแก่ความตายและนายอัศนีย์ลาออกจากตำแหน่ง คณะกรรมการดำเนินการฯ ชุดที่ 18 จึงเลือกตั้งนายเชื้อชายเป็นประธานกรรมการดำเนินการ และให้นายอัคราดรรักษาการผู้อำนวยการและเลขานุการคณะกรรมการดำเนินการฯ ซึ่งต่อมานายอัคราดรมีหนังสือถึงผู้แทนของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกโจทก์ที่ 1 เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2543 ในวันที่ 26 ธันวาคม 2544 แต่เมื่อถึงวันประชุมมีสมาชิกมาร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ผู้แทนของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกโจทก์ที่ 1 จำนวน 56 คน จึงร่วมกันมีหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการดำเนินการฯ ให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 9 มกราคม 2544 ซึ่งต่อมาในวันที่ 9 มกราคม 2544 มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2544 ที่ประชุมมีมติให้คณะกรรมการดำเนินการฯ

ชุดที่ 18 ลาออกภายใน 3 วัน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถอดถอนตั้งแต่วันที่ที่ประชุมมีมติเป็นต้นไป มติเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการฯ ชุดที่ 19 แทนชุดที่ 18 โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมการดำเนินการ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 เป็นกรรมการดำเนินการ มติกำหนดวันประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2/2544 ในวันที่ 22 มกราคม 2544 และมติอื่น ๆ ต่อมาวันที่ 22 มกราคม 2544 มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2/2544 ที่ประชุมมีมติให้รับรองรายงานการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2544 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2544 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งเก้าในประเด็นแรกว่า การประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2544 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2544 และครั้งที่ 2/2544 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2544 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยทั้งเก้าฎีกาว่า

เมื่อผู้แทนของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกจำนวนตั้งแต่หนึ่งในสิบของจำนวนผู้แทนของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกทั้งหมด ขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญแล้ว ย่อมเป็นหน้าที่และบทบังคับตามกฎหมายที่คณะกรรมการดำเนินการฯ ต้องเรียกประชุมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ แม้ไม่มีการประชุมของคณะกรรมการดำเนินการฯ ประธานคณะกรรมการดำเนินการย่อมมีหน้าที่และอำนาจที่จะเรียกประชุมได้โดยมอบให้ผู้อำนวยการในฐานะเลขานุการคณะกรรมการดำเนินการฯ มีหนังสือเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้นั้น เห็นว่า แม้ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 116 วรรคสาม จะบัญญัติไว้ว่า "ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ให้คณะกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ"

อันมีลักษณะเป็นสภาพบังคับให้คณะกรรมการดำเนินการฯ ต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกร้องขอก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่อำนาจของกรรมการดำเนินการคนหนึ่งคนใดหรือหลายคนที่จะเรียกประชุมได้โดยลำพัง เมื่อคณะกรรมการดำเนินการฯ ได้รับหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญก็ชอบที่เรียกประชุมคณะกรรมการดำเนินการฯ เพื่อพิจารณากันเสียก่อน และมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการฯ จะต้องถือเอาเสียงข้างมากเป็นการกระทำของคณะกรรมการดำเนินการฯ นั้น ตามระเบียบสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยว่าด้วย การเลือกตั้ง การประชุม และการดำเนินกิจการของคณะกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2542 ข้อ 78 เมื่อผู้แทนของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกของโจทก์ที่ 1 จำนวน 56 คน

มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของผู้แทนของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกทั้งหมด 400 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการดำเนินการฯ ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 9 มกราคม 2544 การที่นายอัคราดรในฐานะเลขานุการคณะกรรมการดำเนินการฯ และรักษาการผู้อำนวยการมีหนังสือลงวันที่ 27 ธันวาคม 2543 เรียกประชุมใหญ่วิสามัญไปถึงผู้แทนของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกโจทก์ที่ 1 นั้น จำเลยทั้งเก้ามีนายวิทย์ และนายอัคราดรเบิกความในส่วนนี้เพียงว่า เมื่อสมาชิกของโจทก์ที่ 1 ทำหนังสือร้องขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2543 แล้วนายเชื้อชายจึงกำหนดนัดประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกโจทก์ที่ 1 ร้องขอ โดยไม่ปรากฏว่ามีการเรียกประชุมคณะกรรมการดำเนินการฯ เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวก่อนมีมติให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญแต่อย่างใด

ดังนั้นการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ การประชุมและการลงมติในที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2544 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2544 จึงเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมติที่กำหนดนัดวันประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2/2544 ในวันที่ 22 มกราคม 2544 ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ถือว่าการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2/2544 เป็นการประชุมที่ไม่มีการเรียกนัดประชุมไว้ก่อน การประชุมและการมีมติในที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2544 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · วรพจน์ วิไลชนม์ · ปิ่น ศรีเมือง
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเรวัตร สกุลคล้อย
ศาลอุทธรณ์ - นายศิริชัย จันทร์สว่าง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1323/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1686/2544
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ169/2547
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้