Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฉ้อฉลหลอกลวงขายสินค้าให้แก่จำเลย แต่จำเลยต้องรับผิดชำระค่าสินค้า และพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยอุทธรณ์โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีย่อมคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในประเด็นที่วินิจฉัยให้โจทก์แพ้ โดยตั้งประเด็นเรื่องโจทก์ฉ้อฉลหลอกลวงขายสินค้าให้แก่จำเลยหรือไม่นั้นมาในคำแก้ อุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้ การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย จึงชอบด้วยป.วิ.พ. มาตรา 237 และมาตรา 240.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยซื้อสินค้าเคมีภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ จากโจทก์แล้จำเลยผิดนัดไม่ชำระราคาสินค้า ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 390,760 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 381,360 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์จริง แต่สินค้าโซเวนท์ เอพี โจทก์ขายให้แก่จำเลยโดยฉ้อฉลและหลอกลวงอ้างว่าเป็นสินค้าพิเศษและคุณภาพดี เมื่อใช้ผสมกับสารอื่น ๆ แล้วทำให้ผลิตภัณฑ์สีของจำเลยมีคุณภาพดีจำเลยหลงเชื่อจึงได้ซื้อสินค้าดังกล่าวจากโจทก์ โจทก์คิดราคาแพงผิดปกติ เป็นเหตุให้จำเลยจ่ายเงินให้แก่โจทก์เกินความจริง และโจทก์เรียกราคาสินค้าเกินความจริงไปจำนวน 63,668.20 บาท

จำเลยได้ขอให้โจทก์คืนเงินและลดค่าสินค้าลงโจทก์ไม่ยอมจำเลยจึงขอหักกลบลบหนี้เงินส่วนที่โจทก์คิดเกินไปออกจากเงินจำนวน 3381,360 บาท จำเลยคงชำระให้โจทก์อีกเพียง 20,000 บาทเศษ และโจทก์กระทำการฉ้อฉล ไม่สุจริต จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์กระทำการฉ้อฉล ทำให้จำเลยซื้อสินค้าในราคาสูง แต่จำเลยไม่มีสิทธิขอหักกลบลบหนี้กับโจทก์เพราะหนี้ดังกล่าวยังมีข้อต่อสู้ จำเลยต้องชำระราคาสินค้าให้แก่โจทก์ตามฟ้อง พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 390,360 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 381,360บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยตามประเด็นในคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าโจทก์ขายสินค้าให้จำเลยโดยไม่ได้ทำการฉ้อฉลหลอกลวง

จำเลยซื้อด้วยความสมัครใจจำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายใดจากโจทก์ และไม่มีค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่จำเลยจะนำมาหักกลบลบหนี้กับโจทก์ได้ พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นเรื่องโจทก์ไม่ได้ฉ้อฉลหลอกลวงขายสินค้าให้แก่จำเลยตามคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์ขึ้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ฉ้อฉลหลอกลวง จำเลยซื้อโดยสมัครใจ เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าประเด็นเรื่องโจทก์ฉ้อฉลหลอกลวงขายสินค้าให้แก่จำเลยหรือไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ศาลชั้นต้น โดยศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ฉ้อฉลหลอกลวงขายสินค้าให้แก่จำเลย แต่ฟังว่าจำเลยต้องรับผิดชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ตามฟ้อง พิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องให้แก่โจทก์ ดังนี้ เมื่อจำเลยอุทธรณ์ โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีย่อมคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในประเด็นที่วินิจฉัยให้โจทก์แพ้ โดยตั้งประเด็นเรื่องโจทก์ฉ้อฉลหลอกลวงขานสินค้าให้แก่จำเลยหรือไม่นั้นมาในคำแก้อุทธรณ์ซึ่งเป็นคำคู่ความขอให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้ ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 237และมาตรา 240 แล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์ไม่ได้ฉ้อฉลหลอกลวงจำเลย จำเลยซื้อสินค้าด้วยความสมัครใจประเด็นเรื่องจำเลยหักกลบลบหนี้ได้หรือไม่จึงไม่จำต้องวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2568

การสมรสจะทำได้ก็ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากันและต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1458การแสดงความยินยอมนั้นจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10930/2554

คำแก้อุทธรณ์เป็นคำคู่ความ คู่ความย่อมตั้งประเด็นในคำแก้อุทธรณ์ขอให้ศาลชั้นอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (5), 237 และ 240 ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์เพราะศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5679/2553

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยแต่เพียงเรื่องอำนาจฟ้อง โดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทข้ออื่นๆ รวมถึงประเด็นข้อพิพาทในเรื่องรถยนต์พิพาทสูญหายหรือไม่ แต่เมื่อโจทก์อุทธรณ์ในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องแล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1498/2548

โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในเงินค่าซ่อมรถยนต์ที่เช่าซื้อ และจำเลยที่ 1 แก้อุทธรณ์ว่าเงินค่าซ่อมขาดอายุความแล้ว คดีจึงมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ตามคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์และคำแก้อุทธรณ์ของจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3800/2541

จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าได้ครอบครองที่ดินและตึกแถวที่พิพาทโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินสิบปีจึงได้กรรมสิทธิ์ แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดย ป.ผู้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้