Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จะมีความผิดตาม กฎหมายอาญา มาตรา 129 ก็ต่อเมื่อได้ความว่าผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ท่านใช้ให้มีหน้าที่ปกครองหรือพิทักษ์รักษาทรัพย์หรือหนังสืออย่างใดใด ถ้ามันมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และมันทำลายทรัพย์หรือหนังสือนั้นๆ หรือทำให้วิปลาสบุบสลายหรือมันยอมให้ผู้อื่นกระทำเช่นนั้นโดยมันรู้เห็นเป็นใจด้วยก็ดี จึงจะมีความผิดเมื่อได้ความว่าจำเลยเป็นผู้รักษาการป่าไม้อำเภอ อนุญาตให้ผู้มีชื่อตัดไม้โดยไม่อยู่ในอำนาจที่จะอนุญาตได้เพียงเท่านี้จึงไม่ใช่เรื่องเจตนาทำลายทรัพย์หรือหนังสืออย่างใดตามความใน มาตรา 129 และเมื่อคดีไม่มีปัญหาที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยจะมีความผิดสถานอื่นอีกหรือไม่เพราะไม่มีฝ่ายใดฎีกา คดีจึงไม่มีทางลงโทษจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 129 ป.วิ.อ. มาตรา 195 ป.วิ.อ. มาตรา 192

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นพนักงานป่าไม้จัตวาจำเลยที่ 3 เป็นพนักงานป่าไม้วิสามัญประจำอำเภอแม่สอด จำเลยที่ 1 รักษาการในตำแหน่งป่าไม้อำเภอแม่สอด และเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่อยู่จำเลยที่ 2 เป็นผู้รักษาการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยทั้ง 3 มีหน้าที่ปกครองรักษาไม้สักในท้องที่อำเภอแม่สอด มีหน้าที่รับคำร้องขอทำไม้สักจากเอกชนซึ่งขออนุญาตตัดฟันชักลากไม้แล้วนำคำร้องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งจำเลยทั้ง 3 ไม่มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ตัดฟันชักลากไม้สัก บังอาจสมคบกันกระทำผิดกฎหมาย คือจำเลยได้รับคำขอตัดไม้แล้วหาได้นำเสนอเพื่อสั่งไม่ จำเลยทั้ง 3 บังอาจใช้ตราประจำตัวของจำเลยทั้ง 3 ตีประทับไม้สักของนายปัน 3,476 ท่อนคิดค่าภาคหลวง 173,800 บาท

นายคำฝน 155 ท่อน คิดค่าภาคหลวง 7,500 บาท อนุญาตให้ผู้มีชื่อดังกล่าวตัดฟันชักลากไม้สักได้โดยมิได้รับอนุญาตจากป่าไม้เขตตาก และจำเลยได้บังอาจใช้ตราค่าภาคหลวงตีเก็บเงินค่าภาคหลวงจากไม้ของนายปันโดยมิได้รับอนุญาตจากป่าไม้เขตตากให้ใช้ตราค่าภาคหลวงได้ และจำเลยเก็บเงินค่าภาคหลวงจากนายปันเพียง 6,096.88 บาท เท่านั้น นอกจากนี้จำเลยมิได้เรียกเก็บเงินค่าภาคหลวงไม้สักจากบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้โดยจำเลยสมคบกันใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยหาประโยชน์อันมิควรได้ไว้เป็นอาณาประโยชน์ของจำเลยอันกระทำให้เสื่อมเสียประโยชน์ของรัฐบาลขอให้ลงโทษตามมาตรา 129, 132, 63 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา พ.ศ. 2477 มาตรา 3 พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา

พ.ศ. 2484 มาตรา 3 ฯลฯจำเลยปฏิเสธและต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่กล่าวให้ทราบว่าจำเลยคนใดกระทำอย่างใดศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 129 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) มาตรา 3 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 3 ปี จำเลยที่ 2 ผิดตามมาตรา 129, 132 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) มาตรา 3 และ พ.ศ. 2484 มาตรา 3 ให้ลงโทษตามมาตรา 132 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 7 ปี ให้ยกฟ้องเฉพาะข้อหาเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ว่าเป็นสำเนาหนังสือที่เจ้าหน้าที่เรียบเรียงและรับรองว่าเป็นสำเนาอันแท้จริงตรงตามกฎหมายอาญา มาตรา 6(19) ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1857/2563

แม้คำฟ้องของโจทก์จะบรรยายว่า จำเลยมีกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 (5.56 มิลลิเมตร ) จำนวน 11 นัด และกระสุนปืนขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 100 นัด ซึ่งเป็นเครื่องกระสุนปืนตามกฎหมายแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3851/2563

ภายหลังจากจำเลยกระทำความผิดคดีนี้ ได้มี พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2559 มาตรา 3 ให้ยกเลิก พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2541 โดยมาตรา 5 วรรคสอง ให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีฐานะเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3706/2563

ในคดีอาญาทั่วไป คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ไม่มีบทบัญญัติให้การฎีกาจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา การฎีกาจึงอยู่ในบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2563

เดิมโจทก์ร่วมเคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกอีกสองคนเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในคดีหมายเลขดำที่ 481/2558 ซึ่งเป็นการกระทำเดียวกันกับคดีนี้ ต่อมาโจทก์ร่วมยื่นคำร้องข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้