Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การแสดง การเล่น หรือการกีฬา การประกวดหรือการกระทำใด ๆถ้าเจ้าของจัดขึ้นเพื่อเก็บเงินจากผู้ดู ย่อมเป็นมหรสพตามประมวลรัษฎากรมาตรา 130 คำว่า 'ผู้ดู' ตามมาตรานี้ หมายความถึงบุคคลผู้เข้าดูหรือเข้าฟังหรือเข้ามีส่วนแสดงมหรสพนั้น ๆ เอง ประเภทใดประเภทหนึ่งก็ได้ แล้วแต่ประเภทของมหรสพ 'ค่าดู' มหรสพไม่ใช่หมายถึงเงินค่าตั๋วแต่อย่างเดียว เงินค่าอย่างอื่น เช่นเงินค่าเล่น หรือค่าเกม การเล่นโบว์ลิ่งก็เป็นค่าดูตามมาตรานี้ด้วย การจัดให้มีการเล่นโบว์ลิ่ง โดยเก็บเงินผู้เข้าเล่น ซึ่งเป็นผู้เข้ามีส่วนแสดงในการเล่น เป็นการเก็บเงินจากผู้ดูตามกฎหมายแล้วแม้จะไม่เก็บเงินจากผู้เข้าชมหรือดูการเล่นเฉย ๆ ก็เป็น 'มหรสพ'ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 130 อันจะต้องเสียอากรตามกฎหมาย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 28/2513)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้จัดให้มีมหรสพการเล่นโบว์ลิ่ง เรียกเก็บเงินจากผู้เล่นเป็นรายตัว โดยมิได้เสียอากรมหรสพตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๓๓ ให้โจทก์นำเงินไปชำระแต่โจทก์เห็นว่าโจทก์ไม่ต้องเสียอากรมหรสพ จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้จัดให้มีการเล่นโบว์ลิ่ง โดยโจทก์เก็บเงินจากผู้เข้าเล่นเป็นรายตัวและรายเกมที่เล่น แต่มิได้เก็บเงินจากผู้เข้าชมหรือดูการเล่นเฉย ๆ เลย ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า การเล่นโบว์ลิ่งตามที่คู่ความแถลงรับกันเช่นนี้เป็น "มหรสพ" ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๓๐ หรือไม่ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้พิจารณาดูความหมายของคำว่า

"มหรสพ"เข้าดู "ผู้ดู" "ค่าดู" และ "เจ้าของ" ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๓๐ (และพระราชบัญญัติแก้ไข (ฉบับที่ ๑๖) แล้วเห็นว่า "มหรสพ" ตามกฎหมายนี้มีความหมายกว้างขวาง คือ จะเป็นการแสดง การเล่นหรือการกีฬาการประกวดหรือการกระทำใด ๆ ก็ตามถ้าเจ้าของจัดขึ้นเพื่อเก็บเงินจากผู้ดูย่อมเป็นมหรสพตามกฎหมายนี้ทั้งสิ้น อันจะต้องเสียอากรมหรสพ การเล่นโบว์ลิ่งที่โจทก์จัดขึ้น จะเป็นการเล่นหรือการกีฬาหรือการประกวดชนิดหนึ่งก็ตาม ย่อมมีลักษณะเป็นมหรสพอย่างหนึ่ง ตามคำนิยามของกฎหมายซึ่งถ้าโจทก์จัดขึ้นโดยไม่เก็บเงินจากผู้ดูเลย หรือเก็บเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงิน จึงจะไม่เป็นมหรสพ แต่คดีนี้โจทก์เก็บเป็นเงิน จึงต้องพิจารณาต่อไปว่าเก็บจาก

"ผู้ดู" หรือไม่ พิจารณาจากคำนิยามของคำว่า "เข้าดู" ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๑๓๐ แล้วเห็นว่า ผู้ดูตามกฎหมาย (นี้) หมายถึง บุคคลผู้เข้าดู เข้าฟังหรือเข้ามีส่วนแสดงมหรสพนั้นเองประเภทใดประเภทหนึ่งก็ได้ ถ้าเป็นมหรสพประเภทที่ให้บุคคลภายนอกเข้ามีส่วนแสดง (เพื่อความเพลิดเพลินของผู้ดูนั้นเอง) บุคคลผู้เข้ามีส่วนแสดงมหรสพนั้น ๆ เอง เป็นผู้ดูตามกฎหมายกฎหมายใช้คำว่า "หรือ เข้ามีส่วนแสดงมหรสพ" ซึ่งหมายความว่า เข้ามีส่วนในการเล่นหรือเข้ามีส่วนแสดงในการกีฬา เข้ามีส่วนแสดงในการประกวดหรือเข้ามีส่วนแสดงในการกระทำใด ๆ ที่เจ้าของจัดขึ้น บุคคลเหล่านี้ย่อมเป็นบุคคลที่เข้าดู คือ เป็น "ผู้ดู" ตามกฎหมายด้วยกันทั้งสิ้น การที่กฎหมายนิยมคำว่า

"ผู้ดู" หมายความถึงบุคคลที่เข้าดู โดยนิยามคำว่า "เข้าดู" ไว้ด้วย แสดงเจตจำนงหรือเจตนารมณ์ของกฎหมายว่า "ผู้ดู"มหรสพ มิได้มีความหมายอย่างที่สามัญชนเข้าใจ แต่มีความหมายพิเศษด้วยว่า ผู้เข้ามีส่วนแสดงมหรสพนั้นเองก็เป็น "ผู้ดู" อีกประเภทหนึ่งตามกฎหมายด้วย และข้อความในประมวลรัษฎากรตั้งแต่มาตรา ๑๓๑ ถึง ๑๔๓ก็ไม่มีข้อความใดที่จะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่นนอกเหนือไปจากคำนิยามของคำว่า "เข้าดู" และ "ผู้ดู" ตามความในวรรคแรกของมาตรา ๑๓๐โดยเฉพาะในมาตรา ๑๓๕ ที่บัญญัติห้ามมิให้เจ้าของมหรสพอนุญาตให้ผู้ใดเข้าดูโดยไม่เสียค่าดูและเสียอากรแล้วนั้น กฎหมายก็ยังใช้คำว่า "เข้าดู"เป็นพิเศษ ซึ่งต้องแปลคำนี้ตามคำนิยามในมาตรา ๑๓๐ อยู่นั่นเองว่าหมายความตลอดถึงบุคคลที่เข้าดู

เข้าฟัง หรือเข้ามีส่วนแสดงมหรสพนั้น ๆ เองก็ได้ เมื่อการเล่นโบว์ลิ่งเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของคำว่า "มหรสพ" และโจทก์จัดสถานที่มีเครื่องอุปกรณ์ไว้ให้เล่น ผู้ใดประสงค์จะเข้าเล่นต้องแสดงความจำนงต่อโจทก์และได้รับอนุญาตให้เข้าเล่น โดยเสียเงินค่าเล่นหรือค่าเกมการเล่น ซึ่งจะเล่นเพื่อออกกำลังกาย หรือเพื่อความเพลิดเพลิน และเพื่อแข่งขันกันในบางโอกาส ก็ต้องถือว่าผู้เข้าเล่นเองเป็น "ผู้มีส่วนแสดงมหรสพ" ตามกฎหมาย (นี้) คือ เป็นผู้มีส่วนแสดงในการเล่นโบว์ลิ่งนั้นเองจึงเป็นบุคคลที่เข้าดู คือเป็น "ผู้ดู" ตามกฎหมายประเภทหนึ่ง เมื่อโจทก์เก็บเงินจากผู้เข้าเล่นเป็นรายตัวและรายเกมที่เล่น ถึงแม้จะไม่เก็บเงินจากผู้เข้าชมหรือดูการเล่นเฉย ๆ ก็ต้องถือว่าเป็น "มหรสพ" ที่โจทก์จัดขึ้นเพื่อเก็บเงินจาก "ผู้ดู" ตามกฎหมายได้แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง เงินค่าเล่นหรือค่าเกมการเล่นโบว์ลิ่งนั้น จะเห็นได้ว่า เป็น "ค่าดู"ตามกฎหมายด้วย เพราะตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๕๙ ว่า "ค่าดู" หมายความว่า "เงินที่ผู้ดูเสียเป็นค่าตั๋ว รวมตลอดถึงค่าอย่างอื่นที่เสียให้แก่เจ้าของ" เงินค่าเล่นหรือค่าเกมการเล่นโบว์ลิ่งย่อมเป็นค่าอย่างอื่น ที่ผู้เข่าเล่นเสียให้แก่เจ้าของสถานโบว์ลิ่งจึงเป็น "ค่าดู" ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๓๐ นั่นเอง เพราะฉะนั้น โจทก์จึงต้องเสียอากรมหรสพตามจำนวนเงินค่าเล่น ซึ่งเป็นค่าดูตามมาตรา ๑๓๐และรัฐเรียกเก็บเป็นรายตัวผู้เข้าเล่น ซึ่งเป็นผู้ดูตามมาตรา ๑๓๒ ถูกต้องตามที่จำเลยเรียกเก็บจากโจทก์แล้ว ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจึงมีมติว่า การที่โจทก์จัดให้มีการเล่นโบว์ลิ่งโดยเก็บเงินจากผู้เข้าเล่นซึ่งเป็นผู้เข้ามีส่วนแสดงในการเล่น เป็นการเก็บเงินจากผู้ดูตามกฎหมายแล้ว แม้จะไม่เก็บเงินจากผู้เข้าชมหรือดูการเล่นเฉย ๆก็เป็น "มหรสพ" ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๓๐ อันจะต้องเสียอากรมหรสพตามกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย ทองลงยา · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายโกวิท ถิระวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม สถิตย์ทอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้