Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1722/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จ้างจำเลยให้ทำการก่อสร้างให้โจทก์ โดยมีข้อสัญญาว่าหากเกิดความเสียหายใด ๆ ขึ้น เนื่องจากจำเลยผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย ในการปฏิบัติตามสัญญา จำเลยได้วางหนังสือค้ำประกันของธนาคารไว้แทนการวางมัดจำเป็นเงินจำนวนหนึ่ง หนังสือค้ำประกันนี้เป็นเพียงสัญญาซึ่งธนาคารผู้ค้ำประกันผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้ในเมื่อจำเลยผิดสัญญาและไม่ชำระหนี้เท่านั้น ธนาคารมิได้วางเงินตามสัญญาค้ำประกันไว้แก่โจทก์ขณะเมื่อจำเลยเข้าทำสัญญากับโจทก์ หนังสือค้ำประกันจึงมิใช่เป็นมัดจำตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377แม้ธนาคารจะได้ชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันให้โจทก์ในเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลย ก็ไม่ทำให้เงินที่ชำระนั้นกลายเป็นมัดจำไป เมื่อหนังสือค้ำประกันไม่ใช่มัดจำ และตามสัญญาก็มิได้ระบุให้ริบเงินที่ชำระตามหนังสือค้ำประกัน โจทก์จึงริบเงินจำนวนนี้ไม่ได้ จำเลยทำสัญญารับทำการก่อสร้างโดยระบุไว้ในสัญญาว่าส. เป็นคู่สัญญากับจำเลยโดยคำสั่งกองทัพบก ย่อมถือได้ว่า ส.ลงลายมือชื่อเป็นคู่สัญญาในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพบกจำเลยจะอ้างว่า ส. เป็นคู่สัญญากับจำเลยไม่ใช่กองทัพบกกองทัพบกไม่มีอำนาจฟ้อง ดังนี้ หาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างโรงทหารที่กรมแพทย์ทหารบก บริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าไว้กับโจทก์ซึ่งโจทก์ได้มอบให้พลตรีเสถียร พจนานนท์ เจ้ากรมยุทธโยธาทหารบกทำการแทนโจทก์ จำเลยรับจะทำงานให้เสร็จและส่งมอบในวันที่ ๒๖พฤษภาคม ๒๕๐๔ ถ้าไม่เสร็จ ยอมชำระค่าปรับเป็นรายวัน ในการปฏิบัติตามสัญญา จำเลยได้วางหนังสือค้ำประกันของธนาคารทหารไทยจำกัดไว้แทนการวางเงินมัดจำ เป็นเงิน ๓๖,๕๐๐ บาท จำเลยทำการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา พลตรีเสถียรจึงบอกเลิกสัญญากับจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าปรับและค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่า กรมยุทธโยธาทหารบก โดยพลตรีเสถียร พจนานนท์เจ้ากรมเป็นคู่สัญญากับจำเลย ไม่ใช่กองทัพบก กองทัพบกไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาโจทก์ไม่มีสิทธิริบเงินประกันและทรัพย์สินของจำเลย และโจทก์จะปรับจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ให้จำเลยใช้ค่าปรับให้โจทก์ ๑๒๔,๐๘๓ บาท กับค่าเสียหาย ๙๕,๙๓๐ บาท รวมเป็นเงิน๒๒๐,๐๑๓ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่เห็นสมควรลดค่าปรับลงเหลือ ๒๖,๗๘๑ บาท แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารทหารไทย จำกัดไว้แทนเงินมัดจำนวน ๓๖,๕๐๐ บาท จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิจะริบ เพราะตามสัญญาไม่ได้ระบุให้ริบ ปัญหามีว่าหนังสือค้ำประกันเป็นมัดจำหรือไม่ เห็นว่า หนังสือค้ำประกันเป็นเพียงสัญญาซึ่งธนาคารทหารไทยจำกัดผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้ในเมื่อจำเลยผิดสัญญาและไม่ชำระหนี้เท่านั้น ธนาคารทหารไทยจำกัดมิได้วางเงินตามสัญญาค้ำประกันให้ไว้ต่อโจทก์ขณะเมื่อจำเลยเข้าทำสัญญากับโจทก์ หนังสือค้ำประกันจึงมิใช่เป็นมัดจำตามความหมายดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๓๗๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ส่วนการที่ธนาคารทหารไทยจำกัดชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันให้โจทก์ในภายหลัง ในเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้วนั้น

ถือได้เพียงว่าธนาคารทหารไทยจำกัดได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันตามหนังสือค้ำประกันหาทำให้เงินที่ชำระกลายเป็นมัดจำไปไม่ ฉะนั้น เมื่อหนังสือค้ำประกันไม่ใช่มัดจำ และตามสัญญามิได้มีข้อความระบุให้ริบเงินที่ชำระตามหนังสือค้ำประกัน โจทก์จึงจะริบเงินจำนวนนี้ไม่ได้

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลยนั้น ตามสัญญาระบุว่าพลตรีเสถียร พจนานนท์ เป็นคู่สัญญากับจำเลย โดยคำสั่งกองทัพบกจึงถือได้ว่าพลตรีเสถียร พจนานนท์ ได้ลงชื่อเป็นคู่สัญญาในฐานะเป็นผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพบก กองทัพบกจึงมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า เฉพาะค่าปรับให้จำเลยชดใช้ให้โจทก์เป็นเงิน ๒๖,๗๘๑ บาท และโจทก์ไม่มีสิทธิริบเงินตามสัญญาค้ำประกัน นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุปผเวส · ถาวร หุตะโกวิท · วิกรม เมาลานนท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสนับ คัมภีรยส
ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้