Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1713/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยโจทก์ได้วางสายเคเบิลโทรศัพท์ของโจทก์ในซอยสาธารณะไว้ก่อนแล้ว เป็นหน้าที่ของผู้ที่ไปทำการขุดถนนในภายหลังจะต้องใช้ความระมัดระวังการที่คนงานขุดถนนซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยปักแผ่นเหล็ก กั้นดินลงไปโดยวิธีใช้แรงกดดันอย่างแรงจนสายเคเบิลโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย โดยไม่ตรวจดูให้ละเอียดและหาทางป้องกันมิให้เกิดความเสียหายเช่นนี้ ถือได้ว่าคนงานขุดท่อและปรับปรุงถนนโดยประมาทเลินเล่อ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถขุดตักดินขุดถนนเพื่อสร้างท่อระบายน้ำบริเวณในซอยสุขุมวิท 101 ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างจากกรุงเทพมหานคร ลูกจ้างของจำเลยที่ 1ทราบว่ามีสายเคเบิลโทรศัพท์ของโจทก์ฝังอยู่ใต้ดินในบริเวณใกล้เคียงและสามารถใช้ความระมัดระวังมิให้เครื่องมือขุดตักดินกระทบถูกสายเคเบิลโทรศัพท์ใต้ดินของโจทก์ แต่ลูกจ้างของจำเลยที่ 1หาได้ใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นไม่ เป็นเหตุให้เครื่องมือขุดตักดินกระทบถูกท่อร้อยสายและสายเคเบิลโทรศัพท์ใต้ดินของโจทก์ซึ่งฝังไว้ชำรุดเสียหายจนใช้การไม่ได้ โจทก์ได้ซ่อมตัดต่อเปลี่ยนแปลงสายเคเบิลโทรศัพท์ใต้ดินให้คืนกลับสู่สภาพเดิม โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 211,831.01 บาท

โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันทำละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 15,446.01 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 227,277.02 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวน211,831.01 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุคดีนี้ไม่ได้เกิดเพราะความประมาทของลูกจ้างของจำเลยที่ 1 การขุดได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอเช่นวิญญูชนพึงกระทำแล้ว มิได้เป็นความประมาทขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้จากพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยทั้งสองว่า สำนักงานเขตพระโขนงได้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ขุดฝังท่อระบายน้ำและทำถนนในซอยสุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.15 ต่อมาวันที่ 27 มีนาคม 2533 คนงานขุดท่อได้ทำให้ท่อร้อยสายเคเบิลโทรศัพท์ของโจทก์แตกและสายเคเบิลโทรศัพท์ของโจทก์ซึ่งฝังอยู่ใต้ดินได้รับความเสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในประการแรกว่า ความเสียหายของสายเคเบิลโทรศัพท์เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของคนงานขุดท่อหรือไม่ ในข้อนี้ปรากฏจากคำเบิกความของนายดำรงค์ คำหอมกุล พยานโจทก์ว่า นายดำรงค์ ได้ไปร่วมประชุมเรื่องการก่อสร้างปรับปรุงถนนในซอยสุขุมวิท 101แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณูปโภคและเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับเหมาไปร่วมประชุมด้วย หลังจากประชุมแล้วนายดำรงค์ได้ไปตรวจบริเวณที่จะก่อสร้าง ซึ่งนายดำรงค์ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ทราบว่า บริเวณนั้นมีสายเคเบิลโทรศัพท์ของโจทก์วางอยู่ตามผังที่กรุงเทพมหานครอนุญาต และนายปรางค์ ชุ่มเพ็งพันธ์เจ้าหน้าที่เขตพระโขนง

พยานจำเลยก็เบิกความว่านายปรางค์ได้แจ้งแนวสายเคเบิลโทรศัพท์ให้จำเลยทั้งสองทราบทั้งปรากฏว่าโจทก์ได้วางสายเคเบิลโทรศัพท์ของโจทก์ในซอยสุขุมวิท 101 ไว้ก่อนแล้ว เป็นหน้าที่ของผู้ที่ไปทำการขุดในภายหลังจะต้องใช้ความระมัดระวัง ฉะนั้นการที่คนงานขุดถนนปักแผ่นเหล็กกั้นดินลงไปโดยวิธีใช้แรงกดดันอย่างแรงจนสายเคเบิลโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย โดยไม่ตรวจดูให้ละเอียดและหาทางป้องกันมิให้เกิดความเสียหายเช่นนี้ ถือได้ว่าคนงานขุดท่อและปรับปรุงถนนกระทำการโดยประมาทเลินเล่อ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน จำนวน227,277.02 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงิน 211,831.01 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สันติ ทักราล · อุดม มั่งมีดี · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้