Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1712/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ ขับรถของโจทก์ไปชนกับรถของบุคคลภายนอก แม้รถยนต์ชนกันครั้งนี้จะเกิดจากจำเลยทำละเมิดและรถยนต์ที่จำเลยขับซึ่งเป็นของโจทก์มีสภาพบกพร่องห้ามล้อไม่ดี แต่โจทก์ก็ไม่ใช่คู่กรณีผู้ได้รับความเสียหายจากการทำละเมิดของจำเลยจึงไม่ใช่เรื่องโจทก์เป็นผู้เสียหายและมีส่วนทำผิดก่อให้เกิดความเสียหายซึ่งจะต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442,223 เพื่อเฉลี่ยความรับผิดตามข้อต่อสู้ของจำเลยกรณีนี้เป็นเรื่องโจทก์ต้องร่วมรับผิดในฐานะนายจ้างชดใช้ค่าเสียหายแล้วใช้สิทธิไล่เบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425,426 เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายและพิพากษาให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่โจทก์เพียงบางส่วนจึงไม่ถูกต้อง จำเลยต้องชำระค่าเสียหายที่โจทก์จ่ายให้บุคคลภายนอกไปเต็มจำนวน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์มีตำแหน่งเป็นพนักงานขับรถ เมื่อวันที่6 มิถุนายน 2520 จำเลยได้ขับรถคันหมายเลขทะเบียน กท.ผ.8139 ไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ จำเลยขับรถโดยประมาท ทำให้รถยนต์ที่จำเลยขับเฉี่ยวชนกับรถยนต์นั่งหมายเลขทะเบียน 4 ค-7703 ของนายพรชัยทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหายและคนในรถของนายพรชัยได้รับบาดเจ็บต่อมาจำเลยถูกฟ้องและศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 15 วัน และปรับ 800 บาทโทษจำรอการลงโทษไว้มีกำหนดหนึ่งปี ต่อมานายพรชัยได้ฟ้องจำเลยกับโจทก์ให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยกับโจทก์ ร่วมกันชำระเงินแก่นายพรชัย 94,723 บาท พร้อมดอกเบี้ย คดีถึงที่สุด โจทก์จึงต้องชำระเงินให้แก่นายพรชัย 118,408 บาท

โจทก์ในฐานะนายจ้างของจำเลยมีสิทธิไล่เบี้ยให้จำเลยชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 426 เต็มจำนวน และจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่รถโจทก์ได้รับเป็นเงินอีก 33,551 บาท ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยให้การว่า รถยนต์ชนกันครั้งนี้มิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยแต่เป็นเหตุสุดวิสัย หากฟังว่าจำเลยเป็นผู้ทำละเมิด โจทก์ก็มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายด้วยเพราะรถยนต์ของโจทก์มีห้ามล้อมือ ห้ามล้อเท้าและระบบสัญญาณไฟใช้การไม่ได้ จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบหลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่กองบริการของโจทก์อ้างว่าไม่มีงบประมาณ จำเลยจึงต้องนำรถที่มีสภาพบกพร่องใช้ในทางการที่จ้างของโจทก์เรื่อยมาจนเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

ถือได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายมีส่วนกระทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 223 จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดเต็มจำนวนที่โจทก์ได้ชำระให้แก่บุคคลภายนอก และต่อสู้ว่าค่าซ่อมของโจทก์เป็นเงินเพียง 16,245 บาทและค่าเสียหายส่วนนี้ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยทำละเมิดตามฟ้องจริง และไม่พอถือว่าโจทก์มีส่วนร่วมทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วย โจทก์มีสิทธิให้จำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนได้เต็มจำนวนในส่วนที่โจทก์จ่ายแทนจำเลยไป แต่ค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมรถยนต์โจทก์

โจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี คดีขาดอายุความพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 115,596 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มีส่วนประมาทด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 80,000 บาทโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้รถยนต์ชนกันครั้งนี้จะเกิดจากจำเลยทำละเมิดและรถยนต์ที่จำเลยขับซึ่งเป็นของโจทก์มีสภาพบกพร่องห้ามล้อไม่ดีด้วย แต่โจทก์ไม่ใช่คู่กรณีผู้ได้รับความเสียหายจากการทำละเมิดของจำเลยจึงไม่ใช่เรื่องโจทก์เป็นผู้เสียหายและมีส่วนทำผิดก่อให้เกิดความเสียหายซึ่งจะต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442, 223 เพื่อเฉลี่ยความรับผิดตามข้อต่อสู้ของจำเลย กรณีนี้เป็นเรื่องโจทก์ต้องร่วมรับผิดในฐานะนายจ้างชดใช้ค่าเสียหายแล้วใช้สิทธิไล่เบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 425, 426 เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายและพิพากษาให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพียงบางส่วนจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้