Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพยานที่เบิกความชั้นศาลมิได้ผูกมัดศาลให้รับฟังทั้งหมดศาลมีอำนาจชั่งน้ำหนักแล้วชี้ขาดว่าควรฟังแค่ไหนเพียงใดหรือไม่ และคำพยานชั้นสอบสวนนั้นก็ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ศาลรับฟังแต่อย่างใดเลย ฉะนั้นศาลจะฟังหรือไม่เพียงใดก็สุดแต่เหตุผลของแต่ละเรื่องไปพยานที่ให้การชั้นสอบสวนไว้อย่างหนึ่งภายหลังให้การชั้นศาลไปอีกอย่างหนึ่งนั้น ศาลจะฟังหรือไม่อย่างใดก็สุดแต่ดุลพินิจของศาล ใช่ว่าในกรณีเช่นนี้ผูกมัดจะให้ศาลต้องรับฟังถ้อยคำของพยานที่ให้การในชั้นศาลเสมอไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ขวานฟันนายทีถึงตายโดยเจตนาเหตุเกิดตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ขอให้ลงโทษจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหาศาลชั้นต้นฟังว่าขณะนายทีผู้ตายกอดปล้ำนั่งคร่อมบีบคอจำเลยบนเรือนจำเลยมีนายใสขึ้นไปฟันผู้ตาย 2 ที และตายเพราะบาดแผลสองแห่งนี้ ส่วนจำเลยเพียงใช้ขวานฟันนายทีผู้ตายไป 1 ที ขณะถูกนั่งคร่อมบีบคอโดยทางป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ตามมาตรา 50 พิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยฆ่านายทีโดยเจตนามิใช่ป้องกันตัวพิพากษากลับให้จำคุกจำเลย 15 ปีตามมาตรา 249 คำรับชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาปรานีลดโทษให้ตามมาตรา 59 ลง 1 ใน 3 คงจำไว้ 10 ปี ริบขวานของกลางจำเลยฎีกาที่จำเลยฎีกาในปัญหาวิธีพิจารณาที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกคำพยานวินิจฉัย

จำเลยกล่าวเป็นใจความว่า คดีนี้พยานโจทก์ทุกปากให้การแตกต่างกับคำฟ้องคำสอบสวนทุกกรณี แต่กลับเบิกความต่อหน้าศาลเจือสมคำเบิกความและข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้คำรับสารภาพชั้นสอบสวนแม้จะยึดถือเอามาประกอบการพิจารณาก็ไม่สามารถลบล้างคำเบิกความของพยานโจทก์ที่ได้สาบานตนแล้วและเบิกความต่อหน้าศาลเป็นถ้อยคำที่กฎหมายรับรองเชื่อถือยิ่งกว่าคำเบิกความชั้นอื่นทั้งสิ้น เพราะพยานต้องสาบานตัวก่อนแล้วเบิกความต่อหน้าศาลต่อหน้าทนายของคู่ความ ต่อหน้าจำเลยพยานต้องเบิกความตามจริงทั้งสิ้น คำให้การชั้นสอบสวนถ้ามองไปในทางไม่ดีแล้วจะเห็นว่าผู้สอบสวนบางคนก็ทำงานโดยความรู้ความจริง ความละเอียดบางคนก็ตรงกันข้าม และอาจจะไปตามอารมณ์ก็ได้ และไม่มีการซักค้านเมื่อเป็นเช่นนี้ถ้อยคำชั้นสอบสวนหาควรเชื่อถือมาเป็นหลักการวินิจฉัยในคดีได้ไม่ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า

คำพยานที่เบิกความในศาลนั้นมิได้ผูกมัดศาลให้รับฟังหมด ศาลมีอำนาจใช้ดุลยพินิจชั่งน้ำหนักคำพยานหลักฐานทั้งปวงในสำนวนว่าข้อไหนควรฟังได้หรือไม่เพียงใดแล้วรวบรวมมาสู่การวินิจฉัยชี้ขาดว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227) ส่วนคำชั้นสอบสวนนั้นก็ไม่มีบัญญัติห้ามว่ามิให้รับฟังเป็นข้อประกอบการพิจารณาของศาลจะฟังได้เพียงไรหรือไม่นั้นสุดแต่เหตุผลของแต่ละเรื่องไปตามที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกคำพยานขึ้นวินิจฉัยมาโดยละเอียดและแจ่มแจ้งนั้น มีเหตุผลส่อแสดงออกชัดว่าที่พยานโจทก์มาแปรเปลี่ยนเพิ่มเติมขึ้นภายหลัง (ชั้นศาล) ว่ามีคนอื่น (นายใส) ขึ้นไปฟันนายทีตายนั้น เชื่อถือมิได้เลย ควรตัดออกไป ส่วนคำพยานชั้นสอบสวนของจำเลยก็ดี ของพยานโจทก์ก็ดี เห็นว่าคดีนี้มีเหตุผลคล้อยกับพฤติการณ์คำพยานหลักฐานในคดีที่ศาลอุทธรณ์แยกแยะออกฟังได้ว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายสองต่อสอง ไม่มีใครอื่นมาช่วย และฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำโดยป้องกันตัว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้