Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่วินิจฉัยว่า การที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ให้โจทก์รับจำเลยที่ 1 กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมเสมือนไม่มีการเลิกจ้าง โดยฟ้องจำเลยที่ 1 เข้ามาด้วยจำเลยที่ 1 ย่อมมีอำนาจที่จะฟ้องแย้งโจทก์ให้รับจำเลยที่ 1 กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมเสมือนไม่มีการเลิกจ้างหรือให้ใช้ค่าเสียหายแทนได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับฟ้องเดิม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 12เป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2524 จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 12 กล่าวหาว่าโจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรม โดยเลิกจ้างจำเลยที่ 1 เนื่องจากเป็นตัวแทนในการยื่นและเจรจาข้อเรียกร้อง เป็นกรรมการสหภาพแรงงาน และเป็นการเลิกจ้างในระหว่างข้อตกลงมีผลใช้บังคับ จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 12 ได้ร่วมกันวินิจฉัยว่า การที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 และมาตรา 123 และมีคำสั่งที่ 144/2524 ให้โจทก์รับจำเลยที่ 1 กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมเสมือนไม่มีการเลิกจ้าง

โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 12 ไม่ชอบ เพราะจำเลยที่ 1 จงใจขัดคำสั่งของหัวหน้าแผนก ชอบออกนอกแผนกในเวลาทำงาน ชอบปิดเครื่องคุยกันในเวลาทำงาน เฉื่อยชาไม่ตั้งใจทำงาน เป็นการฝ่าฝืนระเบียบ จงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์เรียกจำเลยที่ 1 มาตักเตือน จำเลยที่ 1 ไม่ยอมรับคำตักเตือน กลับเสนอขอให้โจทก์จ่ายเงินให้ตามกฎหมายแล้วยินดีออกจากงาน โจทก์จึงจ่ายเงินตามกฎหมายให้แก่จำเลยที่ 1 จำนวน 11,340 บาท จำเลยที่ 1 รับเงินดังกล่าวแล้วไม่มาทำงานด้วยความสมัครใจของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์มิได้กลั่นแกล้งหรือขัดขวางการเป็นกรรมการสหภาพแรงงานของจำเลยที่ 1 และไม่เป็นการเลิกจ้างในระหว่างข้อตกลงมีผลใช้บังคับ

กรณีมิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ 144/2524จำเลยที่ 1 ให้การว่า มิได้กระทำการตามที่โจทก์ฟ้อง มูลเหตุที่แท้จริงที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 1 เพราะโจทก์ไม่พอใจที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้แทนลูกจ้างเจรจาข้อเรียกร้องและเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน การกระทำของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง หลังจากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้โจทก์รับจำเลยที่ 1 กลับเข้าทำงานแล้ว โจทก์ยังเพิกเฉยไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง ทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย จึงฟ้องแย้งขอให้ศาลบังคับโจทก์รับจำเลยที่ 1 กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างที่ไม่ต่ำกว่าเดิมหรือมิฉะนั้นให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายที่เลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม 100,000 บาท ให้โจทก์จ่ายค่าจ้างในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 61 บาทนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2524 อันเป็นวันที่เลิกจ้างถึงวันฟ้องแย้ง

รวมเป็นเงิน 7,747 บาท และให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับเงินต้นสองจำนวนนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 12 ให้การว่า คำสั่งของจำเลยชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งโดยยืนยันตามคำฟ้องเดิมและต่อสู้ว่าเมื่อคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 จึงยังไม่มีสิทธิใดตามคำสั่งนั้น และยังมิได้ถูกโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายอันจะมีสิทธิฟ้องแย้งขอกลับเข้าทำงานหรือเรียกค่าเสียหายใด ๆขอให้ยกฟ้องแย้งศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 1 ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ และเพราะจำเลยที่ 1 เป็นผู้แทนในการเจรจา การเลิกจ้างของโจทก์จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่สั่งให้โจทก์รับจำเลยที่ 1 กลับเข้าทำงาน จำเลยที่ 1 จึงมีส่วนได้เสียตามคำสั่งดังกล่าว

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ และได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย จำเลยที่ 1 จึงมีอำนาจฟ้องแย้งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์และเรียกค่าเสียหายได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้บังคับตามฟ้องแย้ง ให้โจทก์รับจำเลยที่ 1 กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมและค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กับให้ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 1 วันละ 54 บาท นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2524 ถึงวันฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับค่าเสียหายดังกล่าวนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 คำขออื่นตามฟ้องแย้งนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ความมุ่งหมายของโจทก์ที่ฟ้องคดีก็คือปฏิเสธไม่ยอมรับจำเลยที่ 1 กลับเข้าทำงาน จำเลยที่ 1 จึงถูกโต้แย้งสิทธิโดยตรง เมื่อนายจ้างไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ชี้ขาดให้นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงานลูกจ้างย่อมมีอำนาจโดยบริบูรณ์ที่จะฟ้องนายจ้างให้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้โดยลำพังพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้