Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1708/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาเรื่องการแปลงหนี้จากเช็คเป็นหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยไม่ยกขึ้นต่อสู้โดยชัดแจ้ง จึงไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้จำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายในเช็ค แต่ก็เป็นเช็คที่จำเลยออกชำระหนี้ ย่อมถือได้โดยปริยายว่าจำเลยยินยอมให้โจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายได้เอง เมื่อไม่ได้ความว่า โจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายโดยไม่สุจริต จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจำนวน 4 ฉบับ เป็นเงิน 150,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเงินเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าซื้อสินค้าโจทก์อยู่ 150,000 บาทเนื่องจากจำเลยไม่มีเงินชำระหนี้ โจทก์จึงให้จำเลยออกเช็คตามฟ้องซึ่งไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายเป็นประกันการชำระหนี้ ต่อมาโจทก์ยอมลดหนี้ให้ 50 เปอร์เซ็นต์คงเหลือหนี้เพียง 75,000 บาท โดยโจทก์ได้ทำสัญญาให้กับจำเลยพร้อมทั้งภาพถ่ายเช็คทั้ง 4 ฉบับดังกล่าวด้วยทั้งนี้เพื่อเป็นประกันว่าโจทก์จะไม่นำเช็คทั้ง 4 ฉบับไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ต่อมาจำเลยได้ชำระหนี้ 75,000 บาทให้โจทก์ตามที่ทำสัญญากันไว้ครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่คืนเช็คให้

หนี้ระหว่างโจทก์จำเลยระงับแล้ว อย่างไรก็ดีเช็คทั้ง 4 ฉบับ จำเลยออกให้โจทก์ก็เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เท่านั้น การที่โจทก์ลงวันที่ในเช็คทั้ง 4 ฉบับเอาเองจึงไม่ใช่วันอันแท้จริงที่โจทก์จำเลยตกลงกันให้ลงในเช็ค เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าซื้อผ้าโจทก์เป็นเงิน 150,000 บาท จำเลยออกเช็คพิพาทให้โจทก์ไว้โดยไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันตามเอกสารหมาย ล.4โดยโจทก์ลดหนี้ให้คงเหลือหนี้ 75,000 บาท แต่จำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้จำนวนนี้ พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 75,000 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี กำหนดค่าทนายความ3,000 บาทจำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.4แปลงหนี้จากหนี้ตามเช็คเป็นหนี้ตามสัญญา เช็คพิพาทจึงปราศจากมูลหนี้จะให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คไม่ได้ จำเลยได้ชำระหนี้ตามสัญญาจำนวน75,000 บาท ให้โจทก์แล้ว และโจทก์ ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า จำเลยติดต่อซื้อผ้าจากโจทก์อยู่หลายปีและได้ชำระหนี้ด้วยเช็คหลายฉบับ แต่เช็คบางฉบับโจทก์รับเงินไม่ได้ครั้งหลังสุดได้มีการคิดบัญชีกัน ปรากฏว่าจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ 150,000บาท จำเลยได้ออกเช็คพิพาทโดยไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายมอบให้โจทก์ไว้ และได้รับเช็คเก่าที่โจทก์รับเงินไม่ได้คืน

หลังจากนั้นโจทก์ยอมลดหนี้ให้จำเลยเหลือเพียง 75,000 บาท ได้ทำบันทึกกันไว้ตามเอกสารหมาย ล.4 ต่อมาโจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายในเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับนำไปเข้าบัญชีที่ธนาคาร แต่ธนาคารผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างว่าบัญชีปิดแล้วศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยังมิได้ชำระหนี้จำนวน 75,000 บาทแก่โจทก์วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ลดหนี้ให้จำเลยตามเอกสารหมาย ล.4 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ เท่ากับแปลงหนี้จากเช็คเป็นหนี้ตามสัญญา เช็คพิพาทจึงปราศจากมูลหนี้นั้น เห็นว่าจำเลยมิได้ให้การต่อสู้เรื่องการแปลงหนี้จากเช็คเป็นหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความแต่ประการใด ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยไม่ยกขึ้นต่อสู้โดยชัดแจ้งจึงไม่เป็นประเด็นในคดีนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ว่า จำเลยออกเช็คพิพาทไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายมอบให้โจทก์เพื่อประกันหนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจลงวันที่สั่งจ่ายเอาเองนั้น เห็นว่าข้อที่จำเลยอ้างว่าออกเช็คพิพาทเพื่อประกันหนี้มีแต่คำเบิกความของจำเลยเท่านั้น ตามคำเบิกความของจำเลยก็รับว่า

จำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์แทนเช็คเดิมที่ออกชำระหนี้แก่โจทก์ ศาลฎีกาเชื่อตามข้อนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายในเช็ค แต่ก็เป็นเช็คที่จำเลยออกชำระหนี้ ย่อมถือได้โดยปริยายว่าจำเลยยินยอมให้โจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายได้เอง เมื่อไม่ได้ความว่าโจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายโดยไม่สุจริต จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสม ศรีเจริญ · ประเสริฐ วราภรณ์ · ยง โรจนสุพจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้