Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ขายที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าให้โจทก์แล้วส่งมอบการครอบครองให้ โจทก์ครอบครองตลอดมา เพียงแต่จะไปทำการโอนทางทะเบียนให้ในภายหลังเท่านั้น ต่อมาจำเลยที่ 1 กลับโอนที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตร จำเลยที่ 2 ได้ขายให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 โดยจำเลยที่ 3 ที่ 4 ทราบว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์ย่อมฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนขายที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญาขายที่นามือเปล่าเฉพาะส่วนที่เป็นสินบริคณห์ของตนให้โจทก์ 5 ไร่ (ทั้งแปลง 24 ไร่)และมอบการครอบครองให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ได้รับเงินค่านา 15,000 บาทจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว ตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้อง และรับรองว่าจะโอนทางทะเบียนแบ่งนาให้ตามที่โจทก์จะเรียกร้อง โจทก์เข้าครอบครองทำกินในที่นาดังกล่าวในฐานะเจ้าของโดยสงบ เปิดเผย และนำสำรวจเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาทุกปีต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2511 ด้วยเจตนาฉ้อโกงโจทก์ จำเลยที่ 1 ยินยอมให้จำเลยที่ 2 ผู้เดียวรับมรดกที่นาของนายโน้มผู้ตายหมดทั้งแปลง จำนวน 24 ไร่ รวมทั้งส่วนที่ขายให้โจทก์ด้วย แล้วโอนขายทางทะเบียนให้จำเลยที่ 3 ไป เป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบขอให้ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่นาของโจทก์ 5 ไร่เศษ ให้เพิกถอนการโอนที่นาเฉพาะส่วน 5 ไร่ของโจทก์และให้โอนทางทะเบียนให้โจทก์

หากจำเลยไม่ไปทำการโอน ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า ที่พิพาทเป็นของนายโน้ม นายโน้มยกให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำหนังสือสัญญาขายที่ดินให้โจทก์และไม่เคยกู้เงินโจทก์ 15,000 บาท เพียงแต่เคยกู้เงินโจทก์ 2,500 บาท ต่อมาค้างชำระดอกเบี้ยโจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญากู้โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นเป็นเงิน 6,000 บาท และให้โจทก์ทำนา 5 ไร่เศษต่างดอกเบี้ย เอกสารสัญญาซื้อขายและสัญญากู้ท้ายฟ้องปลอมจำเลยที่ 3 ให้การและฟ้องแย้งว่าจำเลยที่ 3 ซื้อที่พิพาทไว้โดยสุจริต และเสียค่าตอบแทน ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่ดินเป็นของจำเลยที่ 3 หรือจำเลยที่ 3 มีสิทธิดีกว่าให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกไปจากที่พิพาท

ห้ามมิให้เกี่ยวข้องจำเลยร่วมเข้ามาเป็นจำเลยที่ 4 โดยขอให้ถือคำให้การของจำเลยที่ 3 เป็นคำให้การของจำเลยที่ 4โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท เพราะจำเลยที่ 1 สละสิทธิการครอบครองส่งมอบที่ดินให้โจทก์แล้ว การโอนระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นการฉ้อฉลและไม่สุจริตแม้จะเสียค่าตอบแทนก็ยังไม่ครบถ้วน จำเลยที่ 3 ใช้สิทธิไม่สุจริตจำเลยที่ 3 ยังไม่ได้ครอบครองที่พิพาทจึงยังไม่ได้สิทธิครอบครองศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ได้ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ปล่อยให้จำเลยที่ 2 โอนรับมรดกที่พิพาทผู้เดียว แล้วโอนขายให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ทราบการซื้อขายของโจทก์อยู่

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่นาระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 เฉพาะที่พิพาท 5 ไร่เศษให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 โอนที่พิพาทให้โจทก์ หากไม่ไปโอน ให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ทราบดีว่าโจทก์ได้ซื้อที่พิพาท 5 ไร่เศษไว้ก่อนแล้วมีการสอบถามและมีนายประดิษฐ์กำนันมารับรองว่า ก่อนจำเลยที่ 3 จะซื้อที่แปลงพิพาท ได้ไปสอบถามเนื้อที่นาต่อนายประดิษฐ์ นายประดิษฐ์บอกว่าจำเลยที่ 1 ขายให้โจทก์แล้ว 5 ไร่ คงเหลือ 19 ไร่ จำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธความข้อนี้ การขอรับมรดกของจำเลยที่ 2 ก็ไม่มีการปิดประกาศ การซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ก็ไม่ได้ปิดประกาศ การชำระเงินก็มิได้ชำระครบถ้วนในวันทำสัญญาซื้อขายที่อำเภอ ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ทราบดีว่าโจทก์ซื้อที่นาพิพาท 5 ไร่เศษไว้จึงยังไม่ชำระเงินให้ครบถ้วนในวันทำสัญญาซื้อขายการกระทำของจำเลยไม่สุจริตพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แผ้ว ศิวะบวร · ประสาท สุคนธมาน · ประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้