Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1702/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 แสดงให้เห็นว่าบทบัญญัติในภาค 5 มุ่งหมายที่จะใช้แก่พยานหลักฐานซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่าจำเลยมีความผิดหรือบริสุทธิ์ แต่ถ้าเป็นเรื่องบุคคลภายนอกมาร้องขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินที่ศาลได้สั่งริบไปแล้วให้แก่ผู้ร้อง ไม่จำต้องนำบทบัญญัติมาตรา 238 มาใช้บังคับโดยเคร่งครัด ผู้ร้องได้แนบภาพถ่ายหนังสือรับรองมาท้ายคำร้อง โจทก์มิได้คัดค้านประการใด การที่ผู้ร้องมิได้ส่งต้นฉบับหนังสือรับรอง จึงไม่เป็นการขัดต่อกระบวนพิจารณาความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเก็บหาของป่า

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและสั่งริบถ่าน 17 กระสอบกับรถยนต์ซึ่งจำเลยใช้เป็นยานพาหนะในการเก็บหาถ่าน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้องให้จำเลยเช่าซื้อไป มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์นั้นแก่ผู้ร้องพนักงานอัยการโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาโจทก์ข้อแรกเป็นเรื่องหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ซึ่งรับรองว่าบริษัทผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีบุคคล 7 คนเป็นกรรมการ

กรรมการผู้ใดบ้างเป็นผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทผู้ร้องได้ยื่นภาพถ่ายของเอกสารนี้มาเป็นเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 1 และได้ยื่นภาพถ่ายของเอกสารนี้เป็นพยานหลักฐานในขณะที่สืบพยานผู้ร้อง โดยยื่นคำแถลงชี้แจ้งว่าต้นฉบับของเอกสารฉบับนี้ติดอยู่ที่ศาลแขวงพิษณุโลก ขออนุญาตยื่นภาพถ่ายแทนต้นฉบับ ศาลชั้นต้นสั่งรวมสำนวนและหมายภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวว่า ร.1 และปรากฏว่าภาพถ่ายเอกสารฉบับนี้มีแต่ลายมือชื่อของนายปรีชาผู้รับมอบอำนาจของผู้ร้องว่าเป็นสำเนาอันถูกต้องที่โจทก์ฎีกาว่า ผู้ร้องมิได้นำต้นฉบับเอกสารมาแสดงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 238 จึงรับฟังไม่ได้นั้นเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 แสดงให้เห็นว่าบทบัญญัติในภาค 5 นี้มุ่งหมายที่จะใช้แก่พยานหลักฐานซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่าจำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์ แต่คดีนี้เป็นเรื่องบุคคลภายนอกมาร้องขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินที่ศาลได้สั่งริบไปแล้วให้แก่ผู้ร้อง จึงไม่จำต้องนำบทบัญญัติมาตรา 238 มาใช้บังคับโดยเคร่งครัด

ผู้ร้องได้แนบภาพถ่ายหนังสือรับรองมาท้ายคำร้องดังกล่าวแล้ว ถือได้ว่าภาพถ่ายหนังสือรับรองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของคำร้อง เมื่อโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องพร้อมด้วยภาพถ่ายเอกสารต่าง ๆ แล้ว คงยื่นคำร้องคัดค้านแต่เพียงว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย มิได้คัดค้านเรื่องกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทผู้ร้องแต่ประการใด ในชั้นพิจารณาถ้าผู้ร้องจะไม่ยื่นภาพถ่ายหนังสือรับรองนั้นต่อศาลซ้ำอีก ศาลก็ยังพิจารณาข้อความของหนังสือรับรองนั้นจากภาพถ่ายเอกสารท้ายคำร้องได้อยู่แล้ว การที่ผู้ร้องมิได้ส่งต้นฉบับหนังสือรับรองตามความในมาตรา 238 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่เป็นการขัดต่อกระบวนวิธีพิจารณาความ

การมอบอำนาจของกรรมการโดยอาศัยอำนาจตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองดังกล่าวจึงเป็นการชอบ ที่โจทก์ฎีกาต่อไปด้วยว่า หนังสือรับรองนั้นออกให้ ณ วันที่ 15มกราคม 2518 ต่อมาภายหลังมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทำให้กรรมการดังกล่าวหมดอำนาจลงก็ได้นั้น ความข้อนี้ไม่ใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ที่เพิ่งมายกขึ้นในชั้นฎีกาเช่นนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้ แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้