Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ขับรถของจำเลยที่2ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังที่นักขับรถอาชีพจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยที่ 1 อาจใช้ความระมัดระวังได้แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ เป็นเหตุให้ชนรถโจทก์ตกถนนพลิกคว่ำได้รับความเสียหาย มิได้บรรยายเลยว่าจำเลยที่ 1 มีพฤติการณ์ในการขับรถอย่างไรจำเลยไม่อาจเข้าใจได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถอย่างไร ซึ่งโจทก์ถือว่าเป็นการขับด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังทั้งไม่อาจเข้าใจได้ว่าจำเลยที่ 1 จะใช้ความระมัดระวังอย่างไรจึงจะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันมิให้รถชนกันฟ้องโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่มิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา172 วรรคสอง เป็นฟ้องเคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถเก๋งคันหมายเลขทะเบียนบ.ร.01501 ในฐานะผู้เช่าซื้อรถคันดังกล่าว โจทก์ใช้เป็นรถรับจ้างรับส่งคนโดยสารโดยนายสมพร ตั้งเจริญ เป็นผู้ขับขี่ จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ขับรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน ข.ก.03560 ของจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2521 ขณะที่นายสมพรขับรถโจทก์ไปตามทางหลวงสายนครราชสีมา - โชคชัย มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครราชสีมา ด้วยความระมัดระวังครั้นถึงระหว่างกิโลเมตรที่ 6-7 จำเลยที่ 1 ซึ่งขับรถของจำเลยที่ 2 ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังที่นักขับขี่รถอาชีพจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยที่ 1 อาจใช้ความระมัดระวังได้แต่ก็หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ เป็นเหตุให้รถจำเลยที่ 2 ชนรถโจทก์จนตกถนนพลิกคว่ำหลายทอด

รถโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 108,500 บาท และค่าเสียหายวันละ 100 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะซ่อมรถโจทก์เสร็จและใช้การได้ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินค่าเสียหาย 108,500 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 มิใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 2 และขณะเกิดเหตุมิได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 รถคันหมายเลขทะเบียน ข.ก.03560มิใช่เป็นของจำเลยที่ 2 เหตุที่รถชนกันมิใช่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1แต่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของนายสมพรคนขับรถโจทก์ โดยนายสมพรขับรถตามหลังรถที่จำเลยที่ 1 ขับ ขณะที่จำเลยที่ 1 ขับรถเบนออกข้างขวาเพื่อแซงรถขายไอศกรีมนายสมพรเร่งความเร็วของรถจนเกินกว่ากฎหมายกำหนดแซงขึ้นไปเป็นเหตุให้รถชนกันและตกถนนไปทั้งสองคัน

รถโจทก์เสียหายไม่เกิน 2,000 บาท รถโจทก์เป็นรถส่วนบุคคลการนำมารับจ้างเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าขาดรายได้ ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ขับรถชนรถโจทก์โดยประมาทอย่างไร พอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจได้จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 และกระทำละเมิดในทางการที่จ้าง พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 78,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของนายสมพรผู้ขับขี่รถโจทก์และความประมาทของจำเลยที่ 1 พอๆ กันพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 39,250 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์บรรยายฟ้องว่า วันเกิดเหตุนายสมพรขับรถโจทก์แล่นไปตามถนนสายนครราชสีมา - โชคชัย ขณะรถแล่นอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่6-7 จำเลยที่ 1 ซึ่งขับรถจำเลยที่ 2 ได้ขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังที่นักขับรถอาชีพจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยที่ 1 อาจใช้ความระมัดระวังได้แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ เป็นเหตุให้รถจำเลยที่ 2 ชนรถโจทก์ตกถนนพลิกคว่ำและได้รับความเสียหาย โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเลยว่าจำเลยที่ 1มีพฤติการณ์ในการขับรถอย่างไร จำเลยไม่อาจเข้าใจได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถอย่างไร ซึ่งโจทก์ถือว่าเป็นการขับด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ทั้งไม่อาจเข้าใจได้ว่าจำเลยที่ 1 จะใช้ความระมัดระวังอย่างไรจึงจะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันมิให้รถชนกัน ฟ้องโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่มิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง เป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · จังหวัด แสงแข · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5435/2552

โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้เยาว์และเป็นผู้เสียหาย โดยมีโจทก์ที่ 2 เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายในฐานะส่วนตัวและในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำโดยจงใจ เป็นการล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้