Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองไม่ติดตั้งป้ายแสดง รายการในที่ดินที่ทำการปลูกสร้าง มิได้ฟ้องว่าติดตั้งป้ายไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุและความจำเป็นที่จะต้องบรรยายขนาดความกว้างยาวของป้ายและรายการตามที่กำหนดไว้ใน ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ. 2522 ข้อ 100 ฟ้องโจทก์เพียงบรรยายว่าจำเลยทั้งสองไม่ติดตั้งป้ายในที่ดินที่ทำการปลูกสร้างก็ครบองค์ประกอบแห่งความผิดและทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม อาคารที่จำเลยทั้งสองก่อสร้างติดกับซอยซึ่งเป็นทางสาธารณะมีผิวจราจรกว้าง 7 เมตร ต่อจากผิวจราจรเป็นทางเท้าด้านหน้าอาคารกว้าง 2 เมตร รวมเป็น 9 เมตรเสาอาคารที่ก่อสร้างด้านหน้าอยู่ห่างจากขอบถนนเพียง 2 เมตรเมื่อตามแบบแปลนแผนผังบริเวณที่ได้รับอนุญาตกำหนดระยะที่ตั้งของอาคารห่างจากขอบถนน 3.15 เมตร อาคารที่ก่อสร้างจึงมีระยะที่ตั้งถึงขอบเขตที่สาธารณะผิดไปจากแผนผังบริเวณที่ได้รับอนุญาตถึงร้อยละ 36.50 เกินกว่าข้อยกเว้นที่กำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่ 12(พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 1 จึงเป็นการก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนแผนผังบริเวณที่ได้รับอนุญาต กฎกระทรวงฉบับที่ 11(พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 1(3) เป็น เรื่องการดัดแปลงอาคารซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้ผิดไปจากเดิมจะนำมาใช้กับการก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ไม่ได้ ตามแบบแปลนแผนผังบริเวณอาคารตึกแถวแต่ละห้องที่ได้รับอนุญาตให้ทำการก่อสร้างมีความกว้างห้องละ 4.50 เมตรเมื่อจำเลยทั้งสองก่อสร้างทางด้านหลังห้องหนึ่ง ๆ ยื่นออกไปอีก 0.90 เมตร ทำให้ห้องมีความกว้างเป็น 5.40 เมตรความกว้างของแต่ละห้องที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละยี่สิบเป็นการเปลี่ยนแปลงไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตเกินร้อยละห้า จำเลยจึงไม่ได้รับยกเว้นให้ทำได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 12(พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 2 จำเลยได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคารซึ่งจะต้องเว้นที่ว่างด้านหลังอาคารโดยปราศจากสิ่งปกคลุม .05 ถึง 2.85 เมตรจำเลยก็ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ แต่จำเลยทำการก่อสร้างอาคารโดยเว้นที่ว่างหลังอาคารเพียง 1.50 ถึง 2 เมตรและก่อสร้างด้านหลังอาคารออกไปปกคลุมตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปตลอดแนวอาคาร จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต จะนำข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 75 วรรคหนึ่งมาใช้บังคับไม่ได้เพราะข้อบัญญัติดังกล่าวใช้ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างชิดเขตที่ดินต่างผู้ครอบครอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของผู้ดำเนินการและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ทำการก่อสร้างและครอบครองอาคารเพื่อพาณิชยกรรมในทางการค้า ขาย ให้เช่า โดยมีค่าตอบแทนและเพื่อพักอาศัยตึกแถว 4 ชั้น 5 ห้อง ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 23ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างอาคารของจำเลยที่ 1ดังกล่าว และเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2527 เวลากลางวัน ถึงวันที่19 สิงหาคม 2528 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันก่อสร้างอาคารดังกล่าวให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตและผิดจากวิธีการและเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาต กล่าวคือในใบอนุญาตกำหนดให้ด้านทิศตะวันตกติดซอยสุขุมวิท 23 (ซึ่งเป็นทางสาธารณะ)ตามแบบแนวอาคารรุ่นจากเขตที่ดินโดยวัดจากคันหินตรงข้ามถึงเสาอาคารห่าง 10.15 เมตร แต่จำเลยทั้งสองร่วมกันก่อสร้างจริงห่างเพียง 9 เมตร

ใบอนุญาตกำหนดด้านทิศตะวันออก ทางด้านหลังอาคารเว้นที่ว่างโดยปราศจากสิ่งปกคลุมกว้าง 2.05 ถึง 2.85 เมตร แต่จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำการก่อสร้างจริงเว้นที่ว่างเป็นทางเดินไว้เพียง 1.50 ถึง 2 เมตร โดยด้านหลังอาคารตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปก่อสร้างอาคารยื่นออกไปปกคลุมทางเดินอีก 0.90 เมตร และใบอนุญาตกำหนดให้ต้องติดตั้งป้ายแสดงรายการและข้อความตามที่กำหนดในที่ดินที่ทำการปลูกสร้าง แต่จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันไม่ติดตั้งครั้นวันที่ 27 มิถุนายน 2528 จำเลยทั้งสองได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเขตพระโขนงให้ระงับการก่อสร้างแต่ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน 2528 เวลากลางวันถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2528 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ไม่ระงับการก่อสร้างโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร และไม่ได้รับยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมาย รวมเป็นเวลา 54 วัน และในวันที่ 27 มิถุนายน 2528 จำเลยทั้งสองได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเขตพระโขนงให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารที่ก่อสร้างผิดแบบให้ถูกต้องภายใน 30 วัน แต่จำเลยทั้งสองไม่แก้ไข ต่อมาวันที่ 14 สิงหาคม 2528 จำเลยทั้งสองได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเขตพระโขนงให้รื้อถอนอาคารส่วนที่สร้างผิดจากแบบภายใน 30 วัน แต่ระหว่างวันที่ 15 กันยายน2528 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 26 มกราคม 2529 เวลากลางวันจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่รื้อถอนอาคารที่ก่อสร้าง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรและไม่ได้รับยกเว้นใด

ๆ ตามกฎหมาย รวม 134 วัน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 31, 40, 42, 43,47, 65, 67, 70, 71 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 91, 368, กับนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 31,65 วรรคหนึ่ง, 70 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี ปรับคนละ50,000 บาท และมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ไม่รื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่ผิดแบบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสอง, 70 แต่ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ซึ่งเป็นบทหนัก ระยะเวลาที่จำเลยทั้งสองฝ่าฝืนคำสั่งไม่ระงับการก่อสร้าง 54 วัน และไม่รื้อถอนอาคารที่ผิดแบบ 134 วัน

รวม 188 วัน ปรับวันละ 5,000 บาท รวมปรับคนละ 940,000 บาท รวมจำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 1 ปีปรับคนละ 990,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี หากไม่ชำระค่าปรับ ให้กักขังจำเลยทั้งสองแทนค่าปรับคนละ 2 ปี ส่วนที่ขอให้นับโทษต่อนั้น เนื่องจากคดีที่ขอยังไม่พิพากษา และคดีนี้ศาลพิพากษารอการลงโทษ จึงให้ยกคำขอนี้เสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง และมาตรา 67 ฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่ระงับการก่อสร้างอาคารเป็นเวลา 54 วัน ปรับวันละ 5,000 บาทรวมปรับจำเลยทั้งสิ้นคนละ 270,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนคนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนแผนผังบริเวณและไม่ติดตั้งป้ายตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 31, 65 วรรคหนึ่ง และฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่รื้อถอนอาคารทั้งหมดตามมาตรา 42 วรรคสอง 65 วรรคสอง รวม 134 วัน ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1เป็นเจ้าของผู้ดำเนินการและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ทำการก่อสร้างอาคารตึกแถว 4 ชั้น 5 ห้อง ที่ซอยสุขุมวิท 23ถนนประสานมิตร 3 แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครเพื่อพาณิชยกรรมในทางการค้าขายให้เช่าโดยมีค่าตอบแทนและเพื่อพักอาศัยตามแบบแปลนแผนผังบริเวณเอกสารหมาย จ.10 โดยจำเลยที่ 2เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างอาคารของจำเลยที่ 1 ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องจำเลยทั้งสองได้ก่อสร้างผิดแบบแปลนแผนผังบริเวณโดยมีแนวร่นของอาคารพิพาทวัดจากคันหินริมทางเท้าของถนนฝั่งตรงข้ามมายังเสาอาคารด้านหน้าห่างเพียง 9 เมตร ซึ่งเป็นถนนพื้นผิวจราจร7 เมตร และทางเท้าหน้าอาคาร 2 เมตร

ไม่ถึง 10.15 เมตร ตามที่ได้รับอนุญาตด้านหลังอาคารเว้นที่ว่างเป็นทางเดินกว้างเพียง1.50 ถึง 2 เมตร และด้านหลังอาคารตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปได้ก่อสร้างอาคารยื่นออกมาปกคลุมทางเดินไว้ 0.90 เมตร ทำให้ทางเดินด้านหลังอาคารที่ปราศจากสิ่งปกคลุมกว้างไม่ถึง 2.05ถึง 2.85 เมตร ตามที่ได้รับอนุญาต และไม่ติดตั้งป้ายแสดงรายการและข้อความดังที่กำหนดตามใบอนุญาตในที่ดินที่ทำการก่อสร้างและจำเลยทั้งสองฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่ระงับการก่อสร้างเป็นเวลา 54 วัน และฝ่าฝืนคำสั่งไม่ทำการรื้อถอนอาคารเป็นเวลา 134 วันพิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาประการแรกว่าฟ้องโจทก์ข้อหาความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนแผนผังบริเวณโดยไม่ติดตั้งแสดงป้ายรายการในที่ทำการปลูกสร้าง เป็นฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองไม่ติดตั้งป้ายแสดงรายการในที่ดินที่ทำการปลูกสร้างมิได้ฟ้องว่าติดตั้งป้ายไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุและความจำเป็นที่จะต้องบรรยายขนาดความกว้างยาวของป้ายและรายการตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ. 2522 ข้อ 100 ดังที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัย ฟ้องโจทก์เพียงบรรยายว่าจำเลยทั้งสองไม่ติดตั้งป้ายในที่ดินที่ทำการปลูกสร้างก็ครบองค์ประกอบแห่งความผิดและทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมปัญหาต่อไปโจทก์ฎีกาว่า

จำเลยทั้งสองก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนแผนผังบริเวณโดยแนวอาคารวัดจากคันหินริมทางเท้าของถนนฝั่งตรงข้ามมายังเสาอาคารด้านหน้าห่างเพียง 9 เมตร ไม่ถึง 10.15 เมตรตามที่รับอนุญาตเป็นการร่นระยะที่ตั้งของอาคารเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522(1) เห็นว่ากฎกระทรวงดังกล่าว (1)บัญญัติว่า "ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงแผนผังบริเวณ เว้นแต่ระยะที่ตั้งของอาคารถึงขอบเขตที่ดินหรือขอบเขตที่สาธารณะผิดไปจากแผนผังบริเวณที่ได้รับอนุญาตเกินกว่าร้อยละยี่สิบ" ปรากฏว่าอาคารที่ก่อสร้างติดกับซอยสุขุมวิท 23 ซึ่งเป็นทางสาธารณะมีผิวจราจรกว้าง 7 เมตร ต่อจากผิวจราจรเป็นทางเท้าหน้าอาคารกว้าง 2 เมตร

รวมเป็น 9 เมตร เสาอาคารด้านหน้า จึงอยู่ห่างจากขอบถนนเพียง 2 เมตร เมื่อตามแบบแปลนแผนผังบริเวณเอกสารหมาย จ.10 กำหนดระยะที่ตั้งของอาคารห่างจากขอบถนน 3.15 เมตร อาคารที่ก่อสร้างจึงมีระยะที่ตั้งถึงขอบเขตที่สาธารณะผิดไปจากแผนผังบริเวณที่ได้รับอนุญาตถึงร้อยละ 36.50 เกินกว่าข้อยกเว้นที่กำหนดในกฎกระทรวงดังกล่าว จึงเป็นการก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนแผนผังบริเวณที่ได้รับอนุญาตปัญหาต่อไปโจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองก่อสร้างอาคารเว้นที่ว่างเป็นทางด้านหลัง 1.50 ถึง 2 เมตร และด้านหลังอาคารตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปได้ก่อสร้างอาคารยื่นไปปกคลุมทางเดินอีก 0.90 เมตรเป็นการเว้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุมไม่ถึง 2.05 ถึง 2.85 เมตรตามที่ได้รับอนุญาตไม่ต้องด้วยกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2528)ออก ตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. 2522 ข้อ 1(3)และเป็นการก่อสร้างเปลี่ยนแปลงแบบหรือรูปทรงของอาคารเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522(2) เห็นว่ากฎกระทรวงฉบับที่ 11(พ.ศ. 2528) ข้อ 1 บัญญัติว่า "การกระทำดังต่อไปนี้ ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร คือ (3) การเปลี่ยนแปลง การต่อเติม การเพิ่มการลดหรือการขยายซึ่งลักษณะขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนักเนื้อที่ของส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่ไม่เป็นโครงสร้างของอาคารซึ่งไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างของอาคารเดิมส่วนหนึ่งส่วนใดเกินร้อยละสิบ" บทบัญญัติดังกล่าวมาเป็นเรื่องการดัดแปลงอาคารซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้ผิดไปจากเดิมจึงนำมาใช้กับคดีนี้ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ไม่ได้การกระทำของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยกฎกระทรวงฉบับนี้

สำหรับกฎกระทรวง ฉบับที่ 12(พ.ศ. 2528)(2) บัญญัติว่า "ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลง ต่อเติมเพิ่ม ลด หรือขยายซึ่งลักษณะขอบเขต แบบ หรือรูปทรงของโครงสร้างอาคาร เว้นแต่ (ก) สัดส่วนโครงสร้างของอาคารจะผิดไปจากแบบแปลนหรือรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตเกินร้อยละห้า" ปรากฏว่าตามแบบแปลนแผนผังบริเวณเอกสารหมาย จ.10 อาคารแต่ละห้องที่ได้รับอนุญาตให้ทำการก่อสร้างมีความกว้างห้องละ 4.50 เมตร เมื่อจำเลยทั้งสองก่อสร้างทางด้านหลังห้องหนึ่ง ๆ ยื่นออกไปอีก 0.90 เมตร ทำให้ห้องมีความกว้างเป็น 5.40 เมตร ความกว้างของแต่ละห้องที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละยี่สิบ เป็นการเปลี่ยนแปลงไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตเกินร้อยละห้า จำเลยจึงไม่ได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวงดังกล่าวปัญหาต่อไปโจทก์ฎีกาว่า

จำเลยเว้นที่ว่างหลังอาคารเพียง1.50 ถึง 2 เมตร ไม่ถึง 2.05 ถึง 2.85 เมตร และก่อสร้างด้านหลังอาคารออกไปปกคลุมตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปตลอดแนวอาคารแม้จำเลยจะก่อสร้างด้านหลังอาคารเป็นผนังทึบโดยใช้กระจกบล็อกก็ไม่อาจกระทำได้ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 75 วรรคหนึ่ง เห็นว่าข้อบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า "อาคารที่ปลูกสร้างชิดเขตที่ดินต่างผู้ครอบครอง อนุญาตให้เฉพาะฝาหรือผนังทึบ ไม่มีประตูหน้าต่างและช่องระบายอากาศอยู่ชิดเขตได้พอดี แต่มิให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารรุกล้ำเขตที่ดินข้างเคียง ตึกแถวที่มีดาดฟ้าสร้างชิดเขตให้สร้างผนังทุบด้านชิดเขตสูงไม่ต่ำกว่า 1.50 เมตร" ข้อบัญญัตินี้ใช้ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างชิดเขตที่ดินต่างผู้ครอบครอง

จะนำมาใช้ในกรณีนี้ไม่ได้ เมื่อจำเลยได้รับอนุญาตก่อสร้างซึ่งจะต้องเว้นที่ว่างด้านหลังอาคารโดยปราศจากสิ่งปกคลุม2.05 ถึง 2.85 เมตร จำเลยก็ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ เพราะมิฉะนั้นแล้วถ้าทำได้ตามข้อบัญญัติดังกล่าวจำเลยก็จะสามารถสร้างให้ชิดเขตที่ดินด้านหลังได้โดยไม่จำเป็นต้องเว้นที่ว่างไว้เท่ากับให้จำเลยทำได้ตามใจชอบไม่ต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ที่อนุญาตแต่อย่างใด จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ระงับการก่อสร้างและสั่งให้รื้อถอนแล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาของโจทก์ทุกข้อฟังขึ้น แต่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มีพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที 2)พ.ศ. 2535 ใช้บังคับซึ่งโทษความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตเบากว่าโทษที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 ที่ใช้อยู่ขณะกระทำความผิด จึงต้องลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เพราะเป็นคุณแก่จำเลยมากกว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 31, 40 วรรคหนึ่ง, 42 วรรคสอง,65, 67, 70 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 368 ความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ50,000 บาท ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานไม่รื้อถอนอาคารที่ผิดแบบให้ลงโทษปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นรวมกับโทษปรับฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานไม่ระงับการก่อสร้างตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วคงลงโทษจำเลยทั้งสิ้น จำคุก 3 เดือน ปรับคนละ990,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนคนละ 2 ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้