Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1697/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีที่อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 7 เป็นโจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 1 ในคดีอาญา โจทก์และจำเลยที่ 1 จึงต้องผูกพันตามคำพิพากษา ในคดีอาญานั้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ข้อเท็จจริงในคดีอาญาฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 รับของโจร สายไฟฟ้าจำนวน 168 เมตร จะต้องรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์ 2,360 บาท ดังนั้นเมื่อ จำเลยที่ 2 ในฐานะบิดาของ จำเลยที่ 1(ผู้เยาว์) ถูกฟ้องให้รับผิด ในทางแพ่ง จำเลยที่ 2 คงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในจำนวนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 แม้จำเลยที่ 2 จะเคยทำหนังสือรับชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่โจทก์ไว้เป็น จำนวนเงิน 14,463 บาท 75 สตางค์ ก็ตาม จำเลยที่ 2 ก็หาต้องรับผิด ตามจำนวนเงินใน หนังสือดังกล่าวไม่ เพราะเกินจำนวนเงินที่จำเลยที่ 2จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลักสายไฟฟ้าอะลูมิเนียม ยาว 1,015 เมตรราคา 14,463.75 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับจำเลยที่ 1 ได้ขณะนำสายไฟฟ้าบางส่วนไปขาย จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนว่าได้ลักสายไฟฟ้าจำนวนดังกล่าวไปจริง แต่ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานรับของโจร จำเลยที่ 1 เป็นผู้เยาว์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงได้ทำหนังสือรับชดใช้ค่าเสียหายชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 เมื่อถึงกำหนดจำเลยผิดนัด จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ลักสายไฟ้า 1,015 เมตร ราคา14,463.75 บาทตามฟ้อง คงรับของโจรสายไฟฟ้ายาว 168 เมตร ราคา 3,380.40บาท

เท่านั้น หากจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดก็รับผิดเท่าจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ทำหนังสือรับชำระหนี้ต่อโจทก์ด้วยความหลงผิด จึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน13,463.75 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดเป็นเงิน2,360 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของโจทก์มีว่า ศาลต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 37/2523 ของศาลมณฑลทหารบกี่ 7 (ศาลจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอฝาง) มาผูกพันโจทก์คดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนว่าลักสายไฟฟ้าจำนวน 1,015 เมตรแต่ในชั้นพิจารณาจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานรับของโจร

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ทันที โดยที่โจทก์ยังไม่ได้สืบพยานให้ปรากฏแก่ศาลถึงความผิดที่ได้กระทำลง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโจทก์คดีนี้มิได้มีฐานะเป็นคู่ความตามกฎหมายในคดีอาญาดังกล่าว กรณีจึงไม่ต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญานั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโจทก์คดีนี้จะไม่ใช่คู่ความ แต่ก็เป็นผู้เสียหายในคดีอาญาดังกล่าว โจทก์ จำเลยที่ 1 จึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีอาญานั้นด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 และปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ให้การรับสารภาพข้อหารับของโจร ศาลชั้นต้นจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 และลงโทษจำเลยที่ 1 คดีถึงที่สุดแล้วข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 รับของโจรสายไฟฟ้าจำนวน 168 เมตรแน่นอนแล้ว จะฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 1 ลักสายไฟฟ้าจำนวน 1,015 เมตรให้ขัดกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาหาได้ไม่ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นปัญหาวินิจฉัยข้อต่อไปมีว่า จำเลยทั้งสองจะต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้องตามที่จำเลยที่ 2 ได้ทำหนังสือรับชดใช้ค่าเสียหายไว้แก่โจทก์ตามเอกสารหมาย จ.3 หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 รับของโจรสายไฟฟ้าจำนวน 168 เมตร จะต้องรับผิดชำระเงินให้โจทก์2,360 บาท ดังนั้น จำเลยที่ 2 ในฐานะบิดาของจำเลยที่ 1 คงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 429 หาต้องรับผิดตามจำนวนเงินในหนังสือรับชดใช้ค่าเสียหายตามเอกสารหมาย จ.3 ไม่ เพราะเกินจำนวนเงินที่จำเลยที่ 2 จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้