คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียก เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๒,๐๓๗.๕๐ บาท จำเลยสืบว่ามิได้กู้ ความจริงสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องนี้ เนื่อง จากจำเลยซื้อกระบือเมียของโจทก์ ๒ ตัวราคา ๒,๐๐๐ บาท โดยโจทก์ผ่อนชำระเงินภายในเดือน ๓ ทุก ๆ ปี นับแต่ปี ๒๔๙๘ เป็นต้นไป โจทก์ให้จำเลยทำเป็นสัญญากู้ให้ไว้ เมื่อจำเล ราคากระบือครบถ้วนแล้วก็จะคืสัญญาให้จำเลยไม่ได้รับเงินไปจากโจทก์ เวลานี้กระบืออยู่ในความครอบครองของจำเลย ๆ ขอเลิกสัญญาซื้อขาย กระบือโดยยอมคืนกระบือให้โจทก์และขอให้ยกฟ้องโจทก์เสีย วันชี้ คู่ความตกลงท้ากันว่าขอให้สืบนายเลี่ยม ผู้ใหญ่บานตำบลท่าทรายปากเดียว ถ้าพยานปากนี้ให้การว่ากระบือรายนี้ตกอยู่แก่จำเลยก่อนเดือน ๑๑ พ.ศ.๒๔๙๗ แล้ว
จำเลยยอมคืนกระบือ ๒ ตัวกับเงิน ๒,๐๐๐ บาทถ้วนให้โจทก์พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์เสียไป ถ้านายเลี่ยมให้การว่ากระบือ ๒ ตัวของโจทก์ตกอยู่กับจำเลยเมื่อเดือน ๑๑ พ.ศ.๒๔๙๘ นี้เอง จำเลยยอมคืนกระบือให้โจทก์ ๒ ตัวอย่างเดียว ค่าธรรมเนียมให้เป็นพับไป โจทก์ไม่คิดเอาอะไรกับจำเลยอีก นายเลี่ยมพยานร่วมให้การว่ากระบือ ๒ ตังของโจทก์ตกอยู่แก่จำเลยก่อนเดือน ๑๑ พ.ศ.๒๔๙๗ คืนก่อนวันทำสัญญาเงินกู้ลงวันที่ ๒๕ ต.ค.๒๔๙๗ ไม่ใช่ตกอยู่แก่จำเลยเมื่อเดือน ๑๑ พ.ศ.๒๔๙๘ (๒๔๙๘) ได้ความเช่นนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้นายจ๊อดจำเลยคืนกระบือ ๒ ตัวรายพิพาทกับเงิน ๒,๐๐๐ บาทให้โจทก์ จำเลยฎีกาว่า ๑.คำให้การของนายเลี่ยมไม่มีตอนใดว่าก่อนเดือน ๑๑ เลย ๒.ศาลพิพากษาเกินคำขอ เพราะโจทก์ฟ้องเรียกเงิน ๒,๐๐๐ บาทเท่านั้น ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๒,๐๐๐ กับกระบืออีก ๒ ตัว เป็นการผิด ก.ม. และมีลักษณะเป็นการพนันขันต่อ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่านายเลี่ยมให้การชัดว่ากระบือตกอยู่แก่จำเลยก่อนเดือน ๑๑ ฎีกาข้อนี้จึงตกลงไป ส่วนฎีกาข้อ ๒. เป็นเรื่องที่คู่ความแถลงตกลงกันในชั้นนี้สองสถานไม่ใช่การพนันขันต่อเป็นเรื่องทำความประนีประนอมกันให้ศาลพิพากษาเช่นนั้นตามความใน ป.พ.พ. ม.๘๕๐ และป.วิ.แพ่ง ม.๑๓๘ จะฟังว่าศาลพิพากษานอกคำฟ้องมิได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.