คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า จำเลยได้ทำการขายทอดตลาดโรงเรือน ๕ หลังและไม้ต่าง ๆ ของโจทก์ตามคำสั่งสหะประชาชาติเป็นเงิน ๑๕๐๕๐ บาท ขณะขายทอดตลาดมีนายทหารอังกฤษอยู่ด้วย โจทก์ได้คัดค้านโต้ตอบกับนายทหารผู้นั้น ๆ ยืนยันให้ขาย จำเลยต่อสู้ว่า ที่จำเลยจัดการขายเป็นเพียงตัวแทน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ควรไปว่ากล่าวเอาแก่สหประชาชาติ หากรับผิดก็รับผิดร่วมกับสหประชาชาติ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า สหประชาชาติให้อำนาจจำเลยเป็นผู้ขาย จำเลยอยู่ในฐานะตัวแทน การกระทำของจำเลยสุจริต โจทก์ทราบถึงตัวการแล้ว ฟ้องจำเลยไม่ได้ ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ได้คัดค้านขณะขาย จำเลยขืนทำไปตามคำสั่งผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจเหนือทรัพย์สิน ถือไม่ได้ว่าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยสุจริตก็ต้องรับผิดฐานละเมิด พิพากษากลับ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยขายทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีอำนาจต้องรับผิดฐานละเมิดต่อเจ้าทรัพย์ แม้ทำแทนผู้อื่นก็ไม่พ้นความรับผิด โจทก์บอกก่อนแล้วว่าทรัพย์เป็นของโจทก์ จำเลยก็ยังขืนขายไปโดยเชื่อทหารอังกฤษจะอ้างความสุจริตมาแก้ตัวไม่ได้ จำเลยมิได้แสดงให้เห็นว่าสหประชาชาติมีสิทธิประการใดมาขายทรัพย์ของโจทก์ พ.ร.บ.ควบคุมกิจการทรัพย์สินฯ ระบุให้มีคณะกรรมการ คดีนี้ไม่ปรากฎว่า จำเลยได้กระทำตามคำสั่งคณะกรรมการ ไม่มีเหตุจะอ้าง พ.ร.บ.นี้ พิพากษษยืน.