Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดี ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 (1) จำเลยจึงอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งดังกล่าวนี้ได้ ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเพราะศาลหลงผิดว่าโจทก์และจำเลยขาดนัดพิจารณา คำสั่งดังกล่าวย่อมไม่มีผลบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 200 และถือได้ว่าเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยเรื่องการพิจารณาโดยขาดนัดศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยหลงผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 (วรรคแรก วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2516)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการกระทำละเมิด

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธความรับผิดต่อสู้คดีวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๔ ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณา นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๘ เดือนหน้า เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา พอถึงวันที่ ๒๘มิถุนายน ๒๕๑๔ นักการศาลรายงานเสนอศาลว่า นัดสืบพยานโจทก์วันนี้เวลา ๑๐ นาฬิกา ได้เรียกหาคู่ความจนถึงเวลานัดแล้ว ยังไม่มีคู่ความมาศาลศาลชั้นต้นสั่งในวันเดียวกันว่า โจทก์จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ถือว่าโจทก์จำเลยขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ครั้นถึงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔ เจ้าหน้าที่ศาลรายงานเสนอต่อศาลว่า โจทก์จำเลยมาศาลวันนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๔ นั้นตรวจดูบัญชีนัดของศาลแล้ว ไม่ปรากฏว่าได้นัดคดีไว้ในวันนั้น คงมีนัดไว้แต่ที่หน้าปกสำนวนและในบัญชีลอยของศาล ศาลชั้นต้นจึงสั่งว่าเป็นการสั่งจำหน่ายคดีผิดพลาดไป เห็นสมควรเพิกถอน และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔

โจทก์ยื่นคำร้องว่า คำสั่งจำหน่ายคดีไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนและสั่งดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้สั่งเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีแล้ว และศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาคดีนี้ เวลา ๑๓.๓๐ น. โจทก์ขอเลื่อนคดี จำเลยไม่คัดค้าน ศาลให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์วันอื่นแล้ว จำเลยแถลงคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้น และอุทธรณ์ว่าคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งที่ทำให้คดีเสร็จไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๑ (๒), ๑๓๒(๒)และมาตรา ๒๐๐ คดีย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๗ ศาลชั้นต้นจึงไม่มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ ที่จะสั่งเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดี ขอให้ยกคำร้องของโจทก์ และให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้นัดสืบพยานโจทก์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยไม่ได้ขาดนัดพิจารณา หาใช่เป็นการจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๑ (๒)และมาตรา ๑๓๒ (๒) ไม่ พิพากษายืน ค่าทนายชั้นอุทธรณ์เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้มีการพิจารณาคดีใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่า จำเลยจะอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีได้หรือไม่ ศาลฎีกาได้พิจารณาปัญหาข้อนี้โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว มีมติว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้แล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งใหม่ให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีเช่นนี้ไม่เป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖(๑) จำเลยจึงอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งดังกล่าวนี้ได้ คดีได้ความดังกล่าวข้างต้น ฟังได้แน่นอนว่าศาลชั้นต้นไม่ได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๔ ที่ศาลชั้นต้นว่าคู่ความทั้งสองฝ่ายขาดนัดพิจารณาและสั่งให้จำหน่ายคดีในวันที่กล่าว เป็นคำสั่งให้จำหน่ายคดีโดยที่โจทก์จำเลยไม่ได้ขาดนัดพิจารณา จึงเป็นคำสั่งให้จำหน่ายคดีเพราะศาลหลงผิด

ไม่มีผลบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๐และถือได้ว่าเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยเรื่องการพิจารณาโดยขาดนัดศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยหลงผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · วินัย ทองลงยา · สุเมธ ทิพยมนตรี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพัทลุง - นายแสวง เสริมศักดิ์สกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้