Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อที่ว่าตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้อง ไม่มีวันเดือนปีที่ทำสัญญาดังที่โจทก์บรรยายในฟ้อง จะรับฟังว่าโจทก์มีหลักฐานเป็นหนังสือไม่ได้นั้น จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีไว้ และไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ตามสัญญากู้ไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ เพียงแต่กำหนดไว้ว่าผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้ทุกเดือน โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ร้อยละ 15 ต่อปีศาลพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอจำเลยฎีกาว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยก็มิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ประเด็นข้อนี้จึงยุติไปแล้ว จำเลยจะหยิบยกขึ้นฎีกาอีกหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป 40,000 บาท เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม2509 สัญญาจะให้ดอกเบี้ยชั่งละ 1 บาทต่อเดือน ครบกำหนดชำระแล้ว จำเลยไม่ชำระ จึงขอให้จำเลยชำระเงินต้น 40,000 บาท กับดอกเบี้ยที่ค้างถึงวันฟ้องอีก12,800 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากเงินตน 40,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจำเลยให้การว่าไม่ได้กู้และไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ที่โจทก์ฟ้อง แต่เมื่อปีพ.ศ. 2505 จำเลยเคยกู้เงินโจทก์ 40,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีและจำเลยได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ไปครบถ้วนแล้วศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปตามฟ้องจริง แต่มิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ในสัญญากู้ เพียงแต่กำหนดไว้ว่าผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้ทุกเดือนไป จึงพิพากษาให้จำเลยใช้เงินต้นและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่า

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม2509 แต่ตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้องไม่ปรากฏว่ามีวันเดือนปีที่ทำสัญญากู้จึงรับฟังว่าโจทก์มีหลักฐานการกู้เป็นหนังสือไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อนี้จำเลยมิได้ต่อสู้คดีไว้ และไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามคำขอท้ายฟ้องขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ศาลฎีกาเห็นว่าดอกเบี้ยเกิดขึ้นจากสัญญา และจะต้องระบุอัตราว่าจะเสียดอกเบี้ยกันอย่างไร ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 แต่ปรากฏว่าสัญญากู้รายนี้ ไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ เพียงแต่กำหนดไว้ว่าผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้ทุกเดือนไปซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 บัญญัติไว้ว่าให้ใช้อัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จึงเป็นการชอบแล้ว ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอจำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นข้อนี้ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าคดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้วแต่ประการใด ประเด็นข้อนี้จึงยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจะหยิบยกขึ้นฎีกาอีกหาได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้